Review : แกะกล่อง iPhone 5s : เสน่ห์ที่สมบูรณ์แบบของ iPhone

ถ้าถามว่า “อะไรที่ทำให้คนรู้จัก Apple กันทั้งโลก” ผมเชื่อว่าคำตอบที่เยอะที่สุดคือ “Steve Jobs” และ “iPhone” แน่นอน สำหรับผมแล้ว iPhone เปรียบเสมือนการเอาชนะข้อจำกัดของโทรศัพท์มือถือ นับตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ เป็นสินค้า IT ที่เริ่มเติบโตในยุคปี ค.ศ. 1998-2000 เป็นต้นมา

iPhone ถือเป็นต้นแบบของรูปแบบการใช้งานของ Smartphone / Tablet และอุปกรณ์ IT อื่นๆ มาจนถึงทุกวันนี้ วันเวลาที่ผ่านไปไวเหมือนโกหก iPhone มีอายุครบ 7 ปีเรียบร้อย iPhone ทุกรุ่น ไม่ว่าจะ iPhone / iPhone 3G / iPhone 3GS / iPhone 4 / iPhone 4S / iPhone 5 แต่ละรุ่น ได้เขียนประวัติศาสตร์ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง ในวันที่กระแส Smartphone แข่งกันชูจุดขายแบบ “เกทับ” เข้าหากัน ทำให้ทุกปีมีคำถามที่ถามเสมอว่า “iPhone รุ่นใหม่ จะแกร่งพอกับการเป็น Smartphone ที่ทุกคนนึกถึงหรือไม่ ?”

รุ่นที่ 7 ของ iPhone ในชื่อรุ่น iPhone 5s พร้อมกับความสามารถใหม่อย่าง CPU A7 + M7 ที่รองรับระบบ 64 Bit / กล้องที่ปรับปรุงใหม่ และ Touch ID ที่รองรับการจดจำลายนิ้วมือ แต่เชื่อว่าทุกคนอยากรู้แน่นอนว่า iPhone 5s มีอะไรดีพอที่จะต้องสนใจมากกว่าจุดขายเหล่านี้

งานนี้ต้องขอขอบคุณพี่ @Stp_MacZilla ที่ให้ยืม Review ในครั้งนี้ สาระหลักจะเป็นการกล่าวถึง iPhone 5 ในส่วนที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นหลัก เนื่องด้วยเวลาในการสัมผัสเครื่องที่ไม่มากนัก แต่เชื่อได้ว่า บรรทัดต่อไปจากนี้ ทุกคนจะรู้จัก iPhone 5s ดีขึ้นแน่นอนครับ^^

หน้าตาเหมือนเดิม แต่ตรึงใจขึ้นยิ่งเดิม 

เป็นที่ทราบกันว่า Apple จะออกแบบ iPhone ใหม่ทุก 2 ปี ทำให้ iPhone 5s ยังเป็นรุ่นที่ใช้งานออกแบบทั้งหมดของ iPhone 5 เป็นหลัก แต่อย่าพึ่งตัดสินว่า หน้าตาเหมือนของเดิม แล้วจะไม่มีอะไรที่น่าประทับใจ เพราะสัมผัสแรกทีได้จับ (เครื่องที่ลองเป็นสี Space Grey) งานประกอบของ iPhone 5s ให้ความรู้สึกที่แน่นหนาพ่วงด้วยความเบาแบบสัมผัสแรกที่ได้ถือ iPhone 5

แต่ความประทับใจที่ยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อเพ่งมองลงไปในงานวัสดุของ iPhone 5s แล้ว สันเครื่องส่วนที่ถูกเจียรไนลบคมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ฝีมีดของหัวเพชรที่เจียระไน ลงที่ผิวเหล็กของเครื่อง มีความเรียบเนียน และเดินหัวเพชรได้สม่ำเสมอ ไม่ทำให้สันขอบดูเป็นคลื่นแบบที่เจอในสันขอบของ iPhone 5

ช่องไฟงานประกอบของตัวเครื่อง ถ้าคิดว่า iPhone 5 แน่นหนาสวยงามดีอยู่แล้ว iPhone 5s มีงานประกอบที่หากสังเกตดีๆ ช่องไฟต่างๆ จุดที่เป็นรอยแยกของงานประกอบต่างๆ ดูเรียบร้อยและแน่นหนามากขึ้น จุดที่เห็นได้ชัดคือ กระจกหน้าจอประกบกับเครื่องได้สนิทและเรียบร้อยกว่า iPhone 5 ในขณะที่กระจกด้านหลังตรงหัวกับท้ายของเครื่อง กระจกดูใสกว่าของ iPhone 5 และถ้าเอานิ้วถูตรงหน้ากล้อง / ไมค์ตัวที่ 2 ของเครื่อง / แฟลชช่วยถ่าย ของ iPhone 5s จะเหมือนลูบกระจกเรียบๆ เนียนๆ ไม่มีสะดุด ในขณะที่จุดเดียวกันของ iPhone 5 แอบไม่เนียนเท่ากับของ 5s

สีตัวเครื่องแบบ Space Grey ตอนเห็นในภาพหลุดและเครื่องจริง แอบกังวลว่ามันจะสวยหรือไม่? แต่ตัวจริงของเครื่องสีนี้ ไม่ดูจืดหรือธรรมดาไป เพราะสีตัวเครื่องดูสีเทาอ่อนๆ เมื่อตัดกับหน้าจอและกระจกสีดำ ให้ความหรูหราและดูเด่นทุกมุมมองกว่าสีดำของ iPhone 5 อย่างชัดเจน สวยไม่สวย สีเทาที่เห็น ก็ให้อารมณ์โทนเดียวกับสี Space Grey ที่ BMW ใช้พ่นตัวถังรถเช่นกัน (หลายคนรู้สึกว่าสีดำของ iPhone 5 ดูกลืนทั้งเครื่องจนขาดความสวยงามไปหน่อย) ส่วนสีเงินของ iPhone 5s จะเหมือนกับเครื่องสีขาวของ iPhone 5 ทุกมุมมอง ในขณะที่เครื่องสีทองที่คนอยากได้กัน เครื่องจริงก็สวยทุกมุมมอง เป็นสีทองที่กำลังดี ดูมีระดับมากกว่าเป็นทองสว่างๆ หรือทองที่ดูจ้าๆ จนดูเหมือนทองตลาดนัดแน่นอน

จุดที่ดีที่สุดวัสดุ และงานประกอบ iPhone 5s ที่สัมผัสได้นั้นคือ iPhone 5s แก้ปัญหาสีลอกเป็นที่เรียบร้อย เครื่องที่ได้ลองจับ สีของเครื่องในส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมด ไม่มีจุดไหนที่กระเทาะให้เห็นสีเงินที่เป็นเนื้อโลหะ ในต่างประเทศเอง มีการทดสอบเอามีดกรีด iPhone 5s แล้ว พบว่าเนื้อในของโลหะ เป็นเนื้อสีเดียวกับผิวเครื่อง ฉะนั้นปัญหา iPhone 5 ตกสะเก็ดเงินลอกจนเครื่องไม่สวย ได้แก้ไขเรียบร้อยใน iPhone 5s แล้ว

ถึง iPhone 5s มีหน้าตารวมๆ เหมือนกับ iPhone 5 แต่ถ้าได้จับสักครั้ง เมื่อพิจารณาดีๆ จะสัมผัสได้ถึงสีสันตัวเครื่องที่เรียบหรูขึ้น งานประกอบที่เรียบร้อยขึ้น และน่าประทับใจกว่า iPhone 5 แน่นอน

iPhone 5 + iOS 7 = ประทับใจ / iPhone 5s + iOS 7 = ประทับใจยิ่งกว่า

ในวันที่ iPhone 5 เปิดตัว iPhone 4S ที่อัพเดท iOS 6 ทำงานได้ลื่นและคล่องมาก ไม่หงุดหงิดหรือชวนให้อยากซื้อเครื่องใหม่เท่าไหร่ จนลอง iPhone 5 แบบเปิดเทียบกัน ความเร็วและความคล่องตัวของ iPhone 5 มันกิน iPhone 4S อย่างชัดเจนมาก ในวันนี้ที่ไปลองเล่น iPhone 5s อารมณ์เดียวกันนี้กลับมาอีกครั้งเหมือนเดิม

iPhone 5 ใช้งานกับ iOS 7 ให้ความรู้สึกที่ดี ใช้งานได้คล่องตัว (ยิ่งถ้าอัพเดทแก้ Bug หลังเวอร์ชั่น 7.0.2 แล้ว น่าจะคล่องกว่าเดิมอีก) เมื่อลอง iPhone 5s เปิดเกม เปิด E-Mail ที่มีไฟล์แนบขนาดใหญ่ๆ เปิดเอกสารใน Pages ที่มีรูปภาพในเอกสารเยอะๆ ความเร็วของ iPhone 5s กินขาด iPhone 5 ทุกจังหวะ เร็วกว่าประมาณ 2 วินาทีขึ้นไป แล้วแต่ความโหดของ App นั้นๆ

iPhone 5 กับ iOS 7 ว่าใช้งานได้ดีและเครื่องตอบสนองรวดเร็วอยู่ แต่ iPhone 5s กับ iOS 7 ให้ความรู้สึกที่ชัดเจนกว่าว่า คล่องและว่องไวกว่า iPhone 5 จริงๆ

iOS 7 ทำให้เสียงดีขึ้น แต่ iPhone 5s ดียิ่งกว่า

ตอน iPhone 5 เปิดตัว การปรับปรุงคุณภาพเสียง เป็นเรื่องที่ Apple ยกมาเป็นจุดขายหลัก แต่ใน iPhone 5s เรื่องเสียงเป็นอีกจุดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ถ้าคิดว่า iPhone 5 + iOS 7 ทำให้คุณภาพเสียงเพลง / เสียงลำโพง ขับเสียงออกมาได้เพราะขึ้นกว่าเดิมแล้วนั้น iPhone 5s ทำได้มากกว่านั้น

คุณภาพเสียงของ iPhone 5 ทดสอบด้วยไฟล์เพลงมาตราฐานของ iTunes Store หากฟังด้วยหูฟังที่เราคุ้นเคย (หูฟังที่ชอบใช้ประจำส่วนตัวทั้งหลาย) แบบผ่านๆ เสียงของ iPhone 5s อาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจาก iPhone 5 แต่จังหวะของเครื่องดนตรี เสียงร้อง รวมถึงเสียงที่ซ่อนอยู่ในการอัดเพลง มีความคมชัดของรายละเอียดที่มากขึ้น ในขณะที่ลำโพงของ iPhone 5s มีความดังเสียงที่อาจไม่ต่างจาก iPhone 5 นัก แต่เสียงที่เปล่งออกจากลำโพงของ iPhone 5s มีความหนักแน่นในทุกย่านที่ดีขึ้นเมื่อลองฟัง

ถ้า iOS 7 ทำให้เพลงที่ฟัง เสียงเรียกเข้าทีได้ยิน ไพเราะมากกว่า แต่ iPhone 5s ทำให้เพลงเดียวกัน เสียงเรียกเข้าเดียวกัน “กลมกล่อม” “อร่อย” กว่าที่เคยฟังมาแน่นอน

กล้อง iPhone 5s การตลาดไม่ต้อง คุณภาพล้วนๆ 

ในวันที่ Smartphone กลายเป็นกล้องถ่ายรูปพกพาของทุกคน iPhone คืออีกสัญลักษณ์ของ “กล้องถ่ายรูปพกพาที่คนเลือกใช้” ภาพสวยๆ ไม่ว่าจะใน Flickr / Instagram และสารพัดแหล่งที่เราหาชมได้ ต้องมีผลงานที่ถ่ายด้วย iPhone แน่นอน 

กล้องของ iPhone 5s ยังคงยืนความละเอียด 8 Megapixel เช่นเดียวกับ iPhone 4S / iPhone 5 แต่ถ้ากล้องยังเหมือนเดิม มันไม่ใช่ iPhone แน่นอน สำหรับ iPhone 5s มาพร้อมกับการปรับปรุงสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของกล้อง iPhone ทุกรุ่นที่เคยเป็นมา นั้นคือ “แพ้แสงน้อย แพ้ที่มืด” ด้วยการเพิ่มรูรับแสงให้กว้างขึ้นเป็น f 2.2 พร้อมกับปรับปรุง Image Single Processor ใน CPU A7 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การทดลองกล้องในครั้งนี้ จึงทดลองกับการถ่ายที่แสงน้อย อย่างรูปที่เห็นนี้ เป็นการถ่ายในห้องที่ปิดม่านไว้ และไม่ได้เปิดไฟในห้อง หากเป็นใน iPhone รุ่นก่อนหน้า เมื่อถ่ายในที่แสงน้อย หรือสภาพแสงในจุดเดียวกันแตกต่างกันมากๆ กล้องของ iPhone 5 จะคำนวณ White Balance ผิดไป หรือไม่ก็มี Noise ในรูปมากเกินไป 

กล้องของ iPhone 5s เมื่อถ่ายออกมาแล้ว ให้ความเที่ยงตรงของ White Balance ที่ดีมากขึ้น การเก็บรายละเอียดวัตถุที่โฟกัสตอนถ่ายได้คมชัดมากขึ้น Noise ที่อยู่ในรูปทั้งหมดน้อยลง มีการเรียง Pixel ในรูปที่เป็นระเบียบมากขึ้น ทำให้รูปที่ถ่ายออกมาสวยขึ้น ในขณะที่อาการแสงฟุ้งหรือม่วงติดรูปในกล้อง iPhone 5 ได้หายไปจากกล้องของ  iPhone 5s เรียบร้อย หากถ่ายแบบย้อนแสง iPhone 5s ทำได้ยอดเยี่ยมมากขึ้น สิ่งที่ต้องการโฟกัสคมชัดขึ้น สว่างขึ้น โดยที่ไม่กลืนรายละเอียดหลังจนไม่เหลืององค์ประกอบภาพ และไม่ใช่แค่กับภาพนิ่ง แต่กับวีดีโอเช่นกัน  

ภาพตัวอย่างจาก iPhone 5 (สามารถคลิกที่ภาพเพื่อชมขนาดใหญ่) 

Download : ภาพจากกล้องของ iPhone 5 ขนาดเต็มความละเอียด

ภาพตัวอย่างจาก iPhone 5s (สามารถคลิกที่ภาพเพื่อชมขนาดใหญ่)

Download : ภาพจากกล้องของ iPhone 5s เต็มความละเอียด

ลูกเล่น ​Burst Shot ของ iPhone 5s ดูเผินๆ อาจเหมือนกับ Burst Shot ในฝั่ง Android แต่สิ่งที่ดีกว่าคือ ความเร็วในการรัวภาพที่เร็วมาก ในการแตะ Shutter ค้างเพียงแค่ 2-3 วินาที กล้องจะรัวภาพอย่างต่อเนื่องให้ ไม่มีอาการหน่วงหรือคิดสักครู่แบบ Burst Shot ในกล้องของ Smartphone อื่น เมื่อถ่ายเสร็จแล้วกล้องจะเลือกภาพที่ดีที่สุดให้เรา ในขณะที่ Camera Roll จะจับเอารูปที่รัวทั้งหมดรวมเป็น Folder หนึ่งอันให้เข้าไปดูรูปทั้งหมดที่รัว 

ภาพที่ได้จากการใช้ Burst Shot ทั้งชุด อาจจะไม่ใช่ภาพที่ชัดหมดทุกรูป แต่รูปที่ดีสุดของการ Burst Shot ก็สวยเหมือนถ่ายวัตถุนั้นนิ่งๆ เช่นกัน ต่างจาก Smartphone อื่นที่มีลูกเล่น Burst Shot ที่ถ่ายได้ช้า ในบางรุ่นก็ให้รูปที่ถ่ายมาทั้งหมดใช้การไม่ได้สักรูปก็มี

ถึงจะยังไม่ได้ลองลูกเล่นอื่นของกล้อง iPhone 5s แต่โจทย์ที่ทดลองคร่าวๆ นี้ แสดงให้เห็นศักยภาพของกล้อง iPhone 5s ว่าเป็นตัวจริง ทำได้จริง ไม่ต้องพึ่งราคาคุยทางการตลาดแบบยี่ห้ออื่นแน่นอน 

Touch ID ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของปุ่ม Home

ลูกเล่นจุดขายของ iPhone 5s ที่ทุกคนพูดถึงกัน นั้นคือ “Touch ID” หรือจะเรียกง่ายๆว่า ลูกเล่นสแกนลายนิ้วมือนั้นเอง (มีเพื่อนผมเรียกมันว่า “โรงตึ๊ง” เพราะต้องใช้ลายนิ้วมือแบบตอนไปจำนำของ) ฉะนั้น ก่อนจะพูดถึง Touch ID ขอเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของปุ่ม Home ใน iPhone 5s สักเล็กน้อย

ความเปลี่ยนแปลงแรกคือ ปุ่ม Home มีระนาบปุ่มแบบแบน ไม่เว้าลงเป็นหลุดแบบแต่ก่อน ทำให้การกดง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ง่ายจนไม่ต้องติดสติกเกอร์ปุ่ม Home กันอีกต่อไป เพราะมันเป็นระยะที่ง่ายเหมือนเอาปุ่ม Home แบบเดิมมาติดสติกเกอร์ แต่ไม่นูนจนก่อปัญหาปุ่ม Home กดค้างเครื่องทำงานเอง ขณะที่เก็บในกระเป๋าถือหรือกระเป๋ากางเกง 

น้ำหนักการกดปุ่ม Home ของ iPhone 5s ให้ความกระฉับที่ดีขึ้นมาก ลองหยิบ iPhone 4S หรือ iPhone 5 ที่เคยใช้มากดดู จะพบว่าปุ่มยุบลงและเด้งนิ้วกลับแบบแข็งๆ ทื่อๆ แต่ปุ่ม Home ของ iPhone 5s ให้ความแน่น นิ่ม มีน้ำหนักที่กำลังดี และไม่แข็งๆ ทื่อๆ แบบเดิม สัมผัสแรกที่กดและลองกดอีกหลายที น่าจะเป็นปุ่ม Home ที่ให้ความรู้สึกภาพรวม ดีที่สุดตั้งแต่กดปุ่ม Home ของ iPhone มาทุกรุ่น

กลับมาดู Touch ID กันบ้าง สำหรับการใช้งาน Touch ID ตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก จะมีการถามให้ตั้งค่าลายนิ้วมือ (แต่สามารถไปตั้งทีหลังใน Settings ได้) การตั้งค่าลายนิ้วมือ ทำได้ด้วยการแตะนิ้วลงไปที่ปุ่ม Home 1 ถึง 2 วินาที (แตะนิ้วให้สัมผัสปุ่ม Home โดยไม่ต้องกดปุ่ม Home ลงไป) ที่หน้าจอจะแสดงสถานะว่า ลายนิ้วมือ ณ จุดที่เราทาบ ได้ทำการบันทึกลงไปแล้ว จากนั้นให้ยกนิ้วออก และเอาส่วนอื่นของนิ้วทาบลงไป เพื่อให้เครื่องไล่บันทึกจนเสร็จ เมื่อเสร็จแล้ว เครื่องจะให้บันทึกบริเวณรอบๆ นิ้ว เพื่อความหยืดหยุ่นในการใช้งาน ที่อาจจะลงนิ้วไม่เต็มนิ้วเวลาสัมผัสปุ่มใช้งาน

Touch ID สามารถบันทึกนิ้วสูงสุดได้ 5 นิ้ว โดยทั้ง 5 นิ้ว ไม่จำเป็นต้องมาจากบุคคลเดียวกัน ฉะนั้น ถ้าจะแชร์เครื่องใช้กับคนอื่น สามารถบันทึกนิ้วจากคนอื่นได้เช่นกัน การตอบสนองของ Touch ID ทำงานได้แบบไร้รอยต่อ ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้นิ้วที่บันทึก Touch ID กดปุ่ม Home เปิดหน้าจอ เมื่อหน้าจอติดขึ้นมา ไม่ต้องปล่อยนิ้วออกจากปุ่ม Home เพียงเสี้ยววินาที ตัวเครื่องก็ปลดล็อคหน้าจอให้ทันที ไม่มีหน่วงหรือใช้เวลาคิดสักครู่ก่อนตอบสนอง

Touch ID เป็นลูกเล่นง่ายๆ แต่ใช้งานจริงได้ดีมาก ถึงจะยุ่งยากเล็กน้อยตอนตั้งค่าก็ตาม ตัวปุ่ม Home ของ iPhone 5s เอง มีความแน่นและแข็งแรงที่ดูวางใจได้มากกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เหลือต้องดูกันในระยะยาวว่า ปุ่ม Home แบบ Touch ID จะทนทานในระยะยาวสักแค่ไหน

สรุป

“ทุกความประทับใจที่มีต่อ iPhone ไม่ว่าจะเคยใช้รุ่นไหนมา สมบูรณ์แบบที่ iPhone 5s”

ถ้า iPhone 5 คือการยืนพื้นเสน่ห์ของ iPhone ที่ทุกคนชื่นชอบอยู่แล้ว แต่เติมเต็มในสิ่งใหม่ๆ ที่ iPhone ไม่เคยมีมาก่อน iPhone 5s คือการเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ บนพื้นฐานของ iPhone ที่สมบูรณ์แบบอย่าง iPhone 5 ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

ลูกเล่นไกลตัวอย่าง CPU A7 กับการรองรับ 64 bit อาจดูไกลตัวไปสักนิด ประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้จากการรองรับ 64 bit ของ iPhone 5s คือ ในอนาคตเราจะได้พบกับ App ที่มีความสามารถกับการใช้งานมากที่ดีขึ้น จนข้ามข้อจำกัดของการเป็นแค่อุปกรณ์พกพาได้เช่นกัน แต่ถ้าเอาประโยชน์แบบใกล้ตัวสุดที่เราจะได้จาก CPU A7 กับการรองรับ 64 bit คงเป็นเรื่องความเร็วในการตอบสนองที่ดีมากขึ้น ซึ่งจุดนี้อาจรู้สึกไม่เยอะมากถ้าไม่หยิบ iPhone 5 มาเทียบกันข้างๆ เช่นกัน

กล้องถ่ายรูปของ iPhone 5s คือการยืนยันแนวคิดของ Steve Jobs ที่มีต่อกล้อง iPhone ได้ชัดเจนว่า “Pixel เยอะๆ ไม่ใช่คำตอบของรูปที่สวยเพียงอย่างเดียว” Smartphone ที่ถ่ายรูปความละเอียด 8 Megapixel ยังไม่ใช่เรื่องล้าสมัย แต่สิ่งที่ Apple ทำได้ดีขึ้นกับกล้อง iPhone 5s คือ คุณภาพของภาพถ่ายที่คมมากขึ้น แก้ปัญหาเรื่องแสงน้อยได้ดีขึ้น ถ่ายในสภาพที่แสงแตกต่างกันมากๆ ก็จัดการได้สวยมากขึ้น ถ้าไม่พูดเรื่องความสามารถด้านอื่นของกล้อง การปรับปรุงคุณภาพตรงนี้ เป็นเรื่องที่ทุกคนจับต้องได้ และทำให้ใช้งานคุณสมบัติอื่น เป็นเรื่องที่ใช้งานจริงได้เช่นกัน

ส่วน Touch ID ต้องขอชมว่าเป็นลูกเล่นที่ดูง่ายๆ แต่ใช้จริงสะดวกและง่ายมาก วุ่นวายเล็กน้อยตอนตั้งค่าที่ต้องบันทึกนิ้วให้ครบทั้งหมดก่อน แต่พอใช้จริงก็ง่ายมาก แค่กดปุ่ม Home หนึ่งครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ นิ้วที่แตะปุ่ม Home อยู่ จะตอบสนองในเสี้ยววินาทีถัดมาเพื่อปลดล็อคให้ทันที ส่วนลูกเล่นอื่นที่รองรับ แค่แตะนิ้วลงที่ปุ่ม Home ลงไปก็พร้อมใช้ทันที ความง่ายและตอบสนองได้รวดเร็วนี้ ยากที่จะหาอุปกรณ์สแกนลายนิ้วมือไหนทำได้ดีเท่านี้ ณ เวลานี้แน่นอน

ในขณะที่ iOS 7 + การใช้งานในลูกเล่นต่างๆ ยังคงเป็น iPhone ที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะความง่ายในการใช้งาน ความเร็วและความเสถียรที่รู้สึกได้เมื่อใช้งานจริง ที่เหลือแล้ว สิ่งที่สัมผัสได้จาก iPhone 5s คือสิ่งที่รู้สึกดีขึ้นทุกอย่าง ไม่ว่างานประกอบเครื่องภาพรวมที่เรียบร้อยขึ้น (และยังไม่มีข่าวบ่นว่า แกะกล่องแล้วเจองานไม่เรียบร้อย) การออกแบบสีตัวเครื่องที่สวยลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะสีเทาที่ดูดีมาก ดูดีในแบบคนรักสีดำจะรักกว่าเดิม ในขณะสีเงินก็ยังเป็นโทนเดียวกับสีขาวของ iPhone 5 ส่วนสีทองที่จองกันถล่ม ตัวจริงก็สวยในแบบน่าใช้ทุกวันเช่นกัน

ถ้าจะถามว่าซื้อดีไหม? ถ้าถือ iPhone 3GS / iPhone 4 / iPhone 4S อยู่ นี่คือเครื่องที่ดีพอจะซื้อ โดยไม่จำเป็นต้องรอ iPhone รุ่นปี 2014 ก็ได้ ถ้าใช้ iPhone 5 อยู่ แต่ไม่ได้ใช้งานประเภท เล่น App ถล่ม เล่นเกมเทพๆ หรือเป็นตากล้องที่ส่งภาพประกวดด้วย iPhone ยังไม่ต้องซื้อ iPhone 5s ก็ได้เช่นกัน

แต่เชื่อเถอะครับ…ความสวยงามของเครื่องที่มากกว่า กล้องที่ลงตัวกว่า การตอบสนองระยะยาวที่มากกว่า จะกระชากอารมณ์ให้อยากเปลี่ยน iPhone เครื่องเดิมเป็น iPhone 5s แน่นอน

 

ถ้าตัดสินใจว่าจะซื้อ iPhone 5s แน่นอนแล้ว อย่าลืมอ่านวิธีการตรวจเครื่องได้ที่ วิธีตรวจเครื่อง iPhone ก่อนซื้อ พร้อมใบตรวจเครื่องด้วยตัวเอง”

 

คิดเห็นอย่างไร อย่าลืมไปพูดคุยกับทีมงานได้ที่ Facebook Fanpage MacStroke หรือที่ Twitter @MacStroke ได้เสมอ ทีมงานพร้อมพูดคุยเสมอครับ^^


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke