รีวิว Fitbit Surge ฟิตเนสแทรคเกอร์อัจฉริยะที่ทำได้มากกว่าแค่ติดตามกิจกรรมที่ทำอยู่

หนึ่งในกิจกรรมของคนสมัยใหม่ คงจะหนีไม่พ้นกิจกรรมการออกกำลังกายและการหันมาดูแลสุขภาพ ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมในทางที่ดี เพราะนอกจากช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้เราแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างวินัยให้กับตัวเองอีกด้วย แต่ก็เชื่อว่าอีกหลายๆ คนก็เริ่มที่จะหาอุปกรณ์เสริมมาใช้งานเพื่อติดตามกิจกรรมที่เราได้ทำอยู่ในแต่ละวัน แต่ก็ยังเลือกไม่ได้ว่าจะใช้งานอะไรดี วันนี้ทีมงานเรามีหนึ่งอุปกรณ์ที่ทีมงานได้ทดลองใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้วมาแนะนำกัน ซึ่งนั่นก็คือ Fitbit Surge นาฬิกาลูกครึ่ง สมาร์ทวอทซ์+ฟิตเนสแทรคเกอร์รุ่นใหญ่สุดจาก Fitbit นั่นเอง

ก่อนเข้าเรื่อง Fitbit Surge ได้วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในราคา 8,490 บาท โดยมีให้เลือกสองขนาดในประเทศไทย คือ Small และ Large ซึ่งสายเป็นแบบตายตัว ไม่สามารถถอดเปลี่ยนในภายหลังได้นะครับ

 

รายละเอียดภายนอก

สำหรับตัว Fitbit Surge ที่เห็นอยู่นี้ เป็นรุ่น Large สำหรับคนข้อแขนใหญ่ ซึ่งเหมาะสมกับคนที่ข้อแขนความยาวประมาณ 6.3 – 7.8 นิ้ว

fitbit_50

ตัวหน้าปัดเป็นจอทัชสกรีน ส่วนจอแสดงผลด้านในเป็น E-Ink แบบเดียวกับ Pebble สามารถปัดหน้าจอไปทางซ้าย-ขวาเพื่อเปลี่ยนข้อมูลที่แสดงผลอยู่ในขณะนั้นได้ ส่วนด้านข้างตัวเรือนจะมีปุ่มทั้งหมดสามปุ่ม ปุ่มด้านซ้ายเป็นปุ่มเมนูหลัก กดหนึ่งครั้งเพื่อเรียกเมนูหลักของนาฬิกาขึ้นมา กดสองครั้งเพื่อเรียก Music Controller สำหรับควบคุมเพลงที่เล่นอยู่

fitbit_42

ส่วนปุ่มด้านขวาสองปุ่ม ปุ่มบนเป็นปุ่มย้อนกลับไปเมนูก่อนหน้า ส่วนปุ่มล่างเป็นปุ่มยืนยันการเลือกเมนูนั้นๆ นอกจากนี้ทั้งสองปุ่มยังเปลี่ยนเป็น Command Button ตามรูปแบบกิจกรรมที่ทำในขณะนั้นได้ด้วย ส่วนด้านหลังเป็นที่อยู่ของเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และที่เสียบสายชาร์จซึ่งเป็นหัวแบบพิเศษที่ไม่สามารถหาเปลี่ยนได้ ดังนั้นตัวสายห้ามหายเด็ดขาดเลยนะครับ

 

วิธีการสวมใส่

fitbit_26

เห็นเหมือนนาฬิกา อย่าคิดว่าจะใส่ได้เหมือนกับนาฬิกาทั่วๆ ไปนะครับ.. เพราะอันที่จริง Fitbit Surge มีวิธีการสวมใส่ที่แตกต่างจากนาฬิกาแบบอื่นๆ อยู่พอสมควร นั่นคือต้องใส่เลยกระดูกข้อมือขึ้นมาประมาณ 1-2 นิ้วมือ (ตามภาพ) แต่ถ้าจะเอาผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ต้องใส่เลยมาถึง 2 นิ้วมือเป็นอย่างน้อย

สาเหตุที่ Fitbit Surge ต้องใส่เลยข้อมือขึ้นมามีเพียงเหตุผลเดียว คือเรื่องการใช้ตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพราะการอ่านจากบริเวณดังกล่าว จะได้ผลดีที่สุดเมื่อเทียบกับการวางไว้ตรงข้อมือแบบพอดี

 

เจาะลึกคุณสมบัติเด่นๆ

 

GPS Tracking

fitbit-shot-1

ในตัว Fitbit Surge เป็นเพียงรุ่นเดียวของ Fitbit ที่มีการใส่ GPS เข้ามาให้ด้วย ซึ่งทำให้เราสามารถติดตามกิจกรรมทั้งการวิ่ง วิ่งมาราธอน และการขี่จักรยาน พร้อมๆ กับการจับเส้นทางที่เราวิ่งหรือขี่ไปได้ด้วย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกถ่ายเข้าสู่ iPhone ที่เราผูกอยู่อย่างอัตโนมัติ

fitbit-shot-2

ในระหว่างที่กำลังใช้งาน GPS Tracking เราจะเห็นสัญลักษณ์ GPS ทำงานตลอดเวลา

fitbit-scn-3 fitbit-scn-1

 

Heartrate Sensor

fitbit_40

ด้านหลังของตัว Surge จะมีตัวอ่านอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ ทำให้เราสามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจของเราได้ตลอดทั้งวัน และทำให้เรารู้อีกด้วยว่า ตอนนี้เราอยู่ในจังหวะไหน เช่นสภาวะปกติ กำลังคาร์ดิโอ หรือกำลังเบิร์นไขมันอยู่เป็นต้น

fitbit_31

ตัวเซ็นเซอร์จะทำงานตลอดเวลาทั้งวัน ซึ่งนอกจากการดูผ่านสมาร์ทโฟนแล้ว เรายังสามารถดูผ่านแอปฯ ได้เลย ซึ่งภายในแอปฯ ก็จะแสดงข้อมูลจากตัว Surge แบบ Realtime เช่นกัน

fitbit-scn-5 fitbit-scn-6

 

Sleep Tracking

fitbit-scn-8

เชื่อว่าหลายๆ คนมักจะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับพักผ่อน เช่นบางคนตั้งเป้าว่าจะนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็นอนไม่เคยถึงที่ตั้งไว้ หรือนอนหลับเลยเวลาที่ตั้งใจไว้ ฟีเจอร์นี้จึงเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัวของ Fitbit Surge

ตัว Sleep Tracking จะนับเวลาการนอนของคุณตั้งแต่เริ่มนอนหลับสนิท และจะคอยจับพฤติกรรมรวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจของคุณอยู่ตลอดและจะออกรายงานให้คุณทราบในตอนเช้าเมื่อคุณตื่น

fitbit-scn-9 IMG_2801

ความพิเศษคือคุณสามารถตั้งนาฬิกาปลุกบน Fitbit Surge ได้ด้วย โดยเมื่อถึงตอนเช้านาฬิกาก็จะปลุกคุณด้วยการสั่นแบบสุภาพ เพื่อกระตุ้นให้คุณตื่นจากการนอนหลับนั่นเอง

fitbit-scn-10

ในหน้ารายงานผลก็จะมีการแจ้งว่า เมื่อคืนคุณนอนไปกี่ชั่วโมง ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง และนอนหลับลึกกี่นาที ตื่นกี่ครั้ง และนอนหลับตื้นไปกี่ครั้ง รวมถึงแยกให้เห็นชัดเจนว่าครั้งละกี่นาทีเป็นต้น

fitbit-scn-11

 

Challenge Mission

fitbit-scn-12

สำหรับคนที่ชอบการแข่งขัน ในแอปฯ Fitbit ก็จะมีหมวดการแข่งขันให้ได้เล่นกัน ซึ่งการแข่งขันก็มีหลากหลายรายการ เช่น Daily Showdown, Weekend Warrior หรือแข่งระยะทางเป็นต้น ซึ่งการแข่งขันทั้งหมด เราไม่ได้เล่นคนเดียว แต่เรายังสามารถชวนเพื่อนใน Fitbit Social มาเล่นด้วยกันได้ด้วย

fitbit-scn-13 fitbit-scn-14

เมื่อแข่งขันเสร็จ ระบบก็จะมีการมอบถ้วยรางวัลให้เก็บสะสมเล่นๆ อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งความสนุกสำหรับคนที่ชอบเอาชนะนั่นแหละครับ

 

Message Reader

fitbit-shot-5

นอกจากคุณสมบัติด้านฟิตเนสแล้ว เจ้า Fitbit Surge ยังสามารถอ่านข้อความจาก iPhone ของเราได้ด้วย โดยมันอ่านได้ทั้ง iMessage, ข้อความ SMS, ข้อความ MMS และยังสามารถแจ้งสายโทรเข้าได้ทั้งโทรศัพท์ธรรมดา และ FaceTime กันเลยทีเดียว

 

แบตเตอรี่

เรื่องสำคัญที่สุดเลยก็คือเรื่องแบต เห็นลูกเล่นแพรวพราวขนาดนี้ แต่จริงๆ แล้ว แบตอยู่ได้นานใช่เล่นเหมือนกันนะครับ เพราะเจ้านี่ชาร์จหนึ่งครั้ง (แค่สองชั่วโมง) แบตอยู่ได้เป็นอาทิตย์!!!

ส่วนหนึ่งคือหน้าจอแสดงผลแบบ E-Ink ที่ค่อนข้างประหยัดแบตเตอรี่อยู่แล้ว แถมด้วยฟีเจอร์ที่ไม่มากเหมือนสมาร์ทวอทซ์ทั่วๆ ไป เลยทำให้แบตอยู่ได้นานกว่าปกตินั่นเอง และเมื่อชั่วโมงบินมีความยาวนานเป็นอาทิตย์ รับประกันได้แน่นอนว่าต้องมีลืมกันบ้าง ซึ่งตัว Fitbit สามารถส่งอีเมลแจ้งได้ว่า แบตจะหมดแล้วนะ อย่าลืมนำกลับไปชาร์จด้วยล่ะเป็นต้น 

IMG_2800

 

สรุป

fitbit_36

หลังจากที่ใช้งานมาได้ระยะหนึ่ง ก็พบว่า Fitbit Surge ตัวนี้เป็นมากกว่าฟิตเนสแทรคเกอร์อย่างที่ใครหลายๆ คนเขาเข้าใจกัน เพราะมันสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด และในบางจุดที่เราคาดไม่ถึงมันก็สามารถทำได้ เรียกได้ว่าเป็นคู่แท้สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายพอสมควร

ข้อเสียของ Surge คงมีเพียงข้อเดียว คือมีราคาที่สูงพอสมควรเมื่อเทียบกับคุณสมบัติ พร้อมเทียบกับคุณสมบัติของนาฬิกาตัวอื่นๆ (รวม Apple Watch) แต่ถ้าใครที่ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ยังไงก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าดีๆ ที่แนะนำอยากให้มีติดตัวกันไว้ครับ


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke