สรุปงาน Worldwide Developer Conference 2015 ขอเชิญทุกท่านพบกับ iOS 9, OS X El Capitan, watchOS และ Apple Music

และแล้วก็จบลงไปแล้วสำหรับงาน Worldwide Developer Conference 2015 ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับของใหม่ในมุมมองนักพัฒนาหลายๆ อย่าง ซึ่งทีมงาน MacStroke ก็รวบรวม และเก็บรายละเอียดแบบครบๆ ให้เหมือนเดิมครับ ^^

 

บทเปิดงาน

วันนี้ Tim Cook มาในชุดฟอร์มประจำตัว พร้อมกับระบุว่า ครั้งนี้เป็น WWDC ครั้งที่ 26 มีผู้เข้าร่วมจาก 70 ประเทศทั้วโลก และ 80% จากทั้งหมดเป็นผู้เข้าร่วมงานในครั้งแรก อีกทั้งภายในงานนี้ยังมีนักเรียนที่ชนะในโครงการ Student Scholarship กว่า 350 คนเข้าร่วมงานด้วยครับ

wwdc-9

 

เรื่องราวของ OS X

ในปีที่แล้ว Apple เปิดตัว OS X Yosemite ด้วยหน้าตารูปแบบใหม่หมด Craig เล่าให้ฟังว่า OS X 10.10 Yosemite เป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการตอบรับมากที่สุด ด้วยยอดผู้ใช้ในช่วงแรกที่สูงถึง 55% แน่นอนว่าสถิตินี้ถูกเอาไปเทียบกับ Windows 8.1 ที่อัตราการเติบโตน้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะเข้าสู่ของใหม่ กับ OS X ตัวถัดไป นั่นก็คือ OS X 10.11 El Capitan

 

OS X 10.11 El Capitan รุ่นที่ 11 ของ OS X

wwdc-5

ของชิ้นแรกภายในงาน ก็คือ OS X El Capitan (เอล คาพิแทน – เป็นชื่อทางเดินบนหุบเขาหนึ่งภายในอุทยานแห่งชาติ Yosemite) ซึ่งนับเป็นรุ่นที่ 11 ของ OS X โดยมีจุดหมายหลักที่ต้องดำเนินการทั้งหมดสองหัวข้อ คือเรื่องประสิทธิภาพ และความง่ายในการใช้งานครับ

 

El Capitan เกิดมาเพื่อให้ OS X ง่ายขึ้น!

เรื่องหลักๆ ที่ OS X El Capitan ปรับปรุงเป็นจุดแรก คือเรื่องการใช้งานระบบที่ปรับให้ง่ายกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก ซึ่งมีทั้งหมด 5 จุด ดังนี้

  • Mail ปรับปรุงใหม่ สามารถ Swipe (บนทัชแพด) เพื่อลบอีเมลนั้นได้เหมือนใน iOS

  • Safari ปรับปรุงใหม่ เพิ่ม Pinned Tab ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ “ปักหมุด” แท็บที่ต้องการเอาไว้ได้ และแท็บเหล่านี้จะไม่หายไป แม้ปิด-เปิด Safari ใหม่ก็ตาม

  • Spotlight รูปแบบใหม่ที่สามารถค้นหาได้ลึกขึ้น และตรงเนื้อหามากขึ้น

  • Window Management ให้คุณจัดการหน้าต่างที่เปิดอยู่ได้ดีขึ้น และรองรับการแสดงผล Full Screen App แบบแบ่ง 2 แอปฯ ภายใต้หน้า Desktop เดียวกัน

wwdc-10

wwdc-11

 

El Capitan เกิดมาเพื่อให้ OS X เร็วขึ้น!

wwdc-12

นอกจากเรื่องของใหม่แล้ว ใน El Capitan ยังได้รับการปรับปรุงในส่วนประสิทธิภาพของตัวเครื่องเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นปรับให้รันแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้น ปรับให้เสถียรมากขึ้น และที่สำคัญคือยังได้เพิ่ม Metal for Mac เข้ามา เพื่อช่วยให้ OS X สามารถเรนเดอร์กราฟิกต่างๆ ได้ดีมากขึ้นถึง 50% หรือก็คือทำงานร่วมกับ Adobe Premier Pro ได้เร็วขึ้นถึง 8 เท่า!! (แถม.. Adobe ฝากมาบอกอีกว่า ใน Adobe Creative Cloud 2015 จะเปลี่ยนไปใช้ Metal for Mac ทั้งหมด เพื่อให้แอปฯ ทำงานเร็วขึ้นอีกด้วย)

wwdc-13

นอกจากเรื่องการทำงานทั่วๆ ไปแล้ว Metal ใน El Capitan ยังช่วยในเรื่องของเกมเหมือนกับที่เคยทำใน iOS มาแล้ว ครั้งนี้ Metal for OS X ยังได้รับการปรับปรุงในเรื่องนี้ให้ดีขึ้นตามประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่เหนือกว่า iOS มาก ซึ่ง Apple กล่าวแบบขำๆ ว่าเกมต่างๆ ใน OS X นั้น ทำงานได้ดีขึ้นถึง 10 เท่าจาก OS X Yosemite กันเลยทีเดียว และเพื่อเป็นการยืนยัน งานนี้ก็เลยชวน Epic Games ให้มาเปิดตัวเกม Fortnite ที่ทำจาก Metal for Mac อีกด้วย

wwdc-14

wwdc-15

 

แล้วมาเมื่อไหร่…

wwdc-16

สำหรับ OS X El Capitan จะเปิดให้นักพัฒนาเข้าใช้งานขา Developer ได้แล้วในวันนี้ ส่วนผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมทดสอบขา Beta Version ได้ที่ beta.apple.com โดยจะเริ่มเปิดให้ทดสอบภายในเดือน กรกฎาคมนี้ ส่วนผู้ใช้ทั่วๆ ไปที่ไม่อยากทดสอบ OS X El Capitan จะเปิดให้ใช้งานจริงในช่วงปลายปีนี้ โดยอัปเกรดกันฟรีทั่วบ้านทั่วเมืองเหมือนเดิมครับ

 

iOS 9 เวอร์ชันที่ 9 ของระบบปฏิบัติการมือถือที่ทุกคนคุ้นเคย

wwdc-17

ของชิ้นที่สองภายในงานก็คือ iOS 9 ระบบปฏิบัติการมือถือตัวที่ 9 ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งในเวอร์ชันที่ 9 นี้ Apple ได้รื้อโครงสร้างใหม่ทั้งหมด และเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ต้น โดยที่ของใหม่นั้นมีดังนี้ครับ

 

Siri ใหม่ที่ฉลาดมากขึ้นกับฟีเจอร์ใหม่ Proactive Assistant

wwdc-18

ใน iOS 9 Siri ได้รับการปรับปรุงอย่างหนักในเรื่องความเป็นผู้ใช้ส่วนตัว ด้วยการเพิ่มลูกเล่นใหม่ที่ชื่อว่า Proactive Assistant เข้ามา ซึ่งลูกเล่นใหม่นี้ จะทำให้ Siri เรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ได้ดีขึ้น เช่น เมื่อเสียบหูฟัง หน้าจอจะสว่างขึ้นมาพร้อมกับเปิดตัวเล่นเพลงบนหน้าจอล็อกให้เลย หรือไม่ก็ถ้าได้รับอีเมลที่มีหมายนัด Siri ก็จะตั้งกิจกรรมใน Calendar ให้อัตโนมัติ พร้อมบอกเวลาที่ควรออกเดินทางให้ด้วย เพื่อให้เราไปถึงจุดหมายได้ทันเวลา

wwdc-19 wwdc-20

ที่สำคัญคือ Siri สามารถตรวจสอบได้ว่า “ใครเป็นคนโทรมา” ได้แล้ว โดยถ้าหมายเลขอยู่ในฐานข้อมูลใกล้เคียง หรือเป็นหมายเลขของสถานที่ต่างๆ ก็จะโชว์ขึ้นมาทันทีว่า “อาจจะเป็น: …”

apple-wwdc-2015_0710

นอกจากนี้ Siri ยังสามารถตั้งเตือนความจำพ่วงไปกับแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้แล้ว เช่น เวลาเปิดเว็บอยู่แล้วเจอของที่น่าสนใจ เราสามารถบอก Siri ให้จำเรื่องนี้เอาไว้เพื่อที่จะได้ไม่ลืมระหว่างขากลับบ้านด้วย

wwdc-21

 

Search รูปแบบใหม่หมดจด คืนสู่ด้านซ้าย พร้อมลูกเล่น Proactive Assistant

wwdc-22

ใน iOS เวอร์ชันก่อนหน้า การเรียกใช้แถบ Search จะใช้วิธีการลากหน้าจอไปยังฝั่งซ้ายสุดเพื่อเรียกหน้าจอนั้นขึ้นมา แต่พอเป็น iOS 7 และ 8 การใช้คำสั่ง Search เราจะต้องลากหน้าจอจากบนลงล่างเพื่อเรียกแถบ Search ขึ้นมาแทน ซึ่งสร้างความไม่เคยชินใหักับผู้ใช้ แต่ใน iOS 9 คำสั่ง Search ถูกย้ายกลับไปอยู่ด้านซ้ายอีกครั้ง พร้อมลูกเล่นใหม่อีกเพียบ

wwdc-40

อย่างแรก คือ Siri Suggestion ที่จะแสดงชื่อผู้ติดต่อที่สำคัญๆ ให้กับเรา พร้อมทั้งแสดงรายการแอปพลิเคชันล่าสุดให้เราได้รับทราบด้วย ว่าวันนี้เราจะใช้อะไรบ้าง จะติดต่อหาใครบ้าง เป็นต้น

apple-wwdc-2015_0724

นอกจากนี้ Search ยังมีความสามารถ deep linking เพื่อเข้าไปค้นหาสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในแอปพลิเคชันนั้นๆ ได้เลยด้วย เช่นถ้าเราต้องการหาวิธีการทำผัดกระเพราไก่ไข่ดาว Search ก็จะเข้าไปหาข้อมูลจากในแต่ละแอปพลิเคชัน และแสดงขึ้นมาให้เราเลือก ซึ่งเมื่อเลือกแล้วก็จะพุ่งเข้าไปยังหน้านั้นๆ ได้เลย โดยไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งที่หน้าแรกของแอปฯ นั้นๆ อีกต่อไป

apple-wwdc-2015_0741

ที่สำคัญคือใน iOS 9 Siri ถูกหลอมรวมเข้ากับ Spotlight โดยสมบูรณ์ ทำให้ Siri สามารถบอกสิ่งที่เกี่ยวข้องได้เลย เช่นถ้าเพื่อนเราส่งอีเมลมาชวนไปดูหนัง แล้วเราลาก Spotlight ลงมา Siri สามารถดึงข้อมูลจากในอีเมลแล้วเอาไปโชว์ใน Spotlight ได้ทันที โดยที่เราไม่ต้องไปพิมพ์ให้เมื่อย

apple-wwdc-2015_0730

ท้ายที่สุด ทั้งหมดนี้ Apple ยืนยันว่า Siri ใหม่ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลในเครื่องโดยอัตโนมัติ และเราสามารถควบคุมได้เองทั้งหมดด้วยครับ

apple-wwdc-2015_0844

 

Apple Pay และ Wallet รูปแบบใหม่

wwdc-23

ใน iOS 9 Apple Pay ยังมีลูกเล่นใหม่ คือรองรับการเก็บบัตรเงินสดต่างๆ เช่น บัตร Rabbit หรือ บัตร MRT เอาไว้ได้ในตัว และยังรองรับการเก็บบัตรสมาชิก และสามารถใช้บัตรใบนั้นเป็นบัตรแทนบัตรสมาชิกได้เลย โดยไม่ต้องไปเพิ่มเติมอะไรได้อีกด้วย

wwdc-24

ฝั่งร้านค้า เพียงแค่อัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ก็จะพร้อมในการใช้งานฟังก์ชันนี้ทันที แต่สำหรับร้านค้ารายย่อยที่ยังไม่สะดวกในการติดตั้งระบบการรับชำระเงินด้วย NFC พันธมิตรทางการเงินรายใหญ่อย่าง Square ก็ได้ประกาศออก NFC Reader สำหรับใช้เป็น Point of Charge ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มวางจำหน่ายภายในช่วงปลายปีนี้ ซึ่ง NFC Reader ตัวนี้จะมีคุณสมบัติเหมือนระบบการรับชำระเงินด้วย NFC ทุกประการ นั่นหมายความว่า ความสามารถของ Apple Pay ก็สามารถใช้งานได้หมด

wwdc-41

นอกจากนี้ Apple ยังประกาศเปิดบริการ Apple Pay ในสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการด้วย โดยจะพร้อมใช้งานภายในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ และสหราชอาณาจักรจะเป็นประเทศกลุ่มแรกที่สามารถใช้ Apple Pay จ่ายค่าระบบขนส่งมวลชนได้โดยตรงอีกด้วย

wwdc-69

apple-wwdc-2015_0958

ท้ายที่สุด Apple ประกาศเปลี่ยนชื่อ Passbook เป็น “Wallet” เพื่อให้ตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการมากขึ้นอีกด้วยครับ

wwdc-42

 

Note ใหม่ที่เขียนได้มากกว่าตัวอักษร

wwdc-25

ในส่วนของ Note เวอร์ชันใหม่ นอกจากการพิมพ์ข้อความแล้ว มันยังสามารถใส่รูปภาพลงไปในโน้ตนั้นๆ หรือไม่ก็เอานิ้วเขียนไปบนหน้าจอเพื่อจดโน้ตต่างๆ ได้เลย โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีก

Note ตัวใหม่จะมีให้ใช้ทั้ง iPhone, iPod touch, iPad และ Macintosh ครบถ้วนครับ

wwdc-26

 

Maps ใหม่ที่นำทางด้วยระบบขนส่งมวลชนได้

wwdc-27

และแล้วก็สิ้นสุดการรอคอย เพราะว่า Apple Maps ใน iOS 9 ได้เพิ่มคุณสมบัติในการนำทางด้วยระบบขนส่งได้แล้ว โดยสามารถใช้งานได้ก่อนในไม่กี่รัฐของสหรัฐอเมริกา

 

News หนังสือพิมพ์รูปแบบใหม่ที่ส่งตรงถึง iPhone และ iPad ทุกเช้า

wwdc-28

การอ่านข่าวบน iOS 9 จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เพราะใน iOS 9 จะมาพร้อมกับแอปฯ News ซึ่งจะมีผู้ให้บริการรายต่างๆ ส่งข่าวมาให้เราอ่านโดยตรงทุกเช้า ในแต่ละข่าวยังรองรับการแสดงผลอนิเมชันต่างๆ รวมถึงแสดงผลวิดีโอได้ด้วย

ที่แน่ๆ คือแอปฯ นี้ ยังมีให้เลือกใช้ในเวอร์ชัน iPhone อีกด้วย

wwdc-29

 

QuickType Keybord เวอร์ชันปรับปรุงใหม่สำหรับ iPad
เป็นได้ทั้งคีย์บอร์ดและแทรคแพด

wwdc-30

สำหรับ QuickType ใน iOS 9 จะเน้นที่ลูกเล่นของฝั่ง iPad มากขึ้น เพราะนอกจาก Prediction Bar แล้ว ยังมีการเพิ่มคำสั่งลัดเข้าไปใน Prediction Bar และสามารถปรับให้ตัวคีย์บอร์ดกลายเป็นทัชแพดได้โดยตรงอีกด้วย

แน่นอนว่าคีย์บอร์ด QuickType ตัวใหม่นั้น สามารถเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดต่างๆ ภายนอกได้ และสามารถตั้งคีย์ลัด รวมถึงคำสั่งลัดต่างๆ ได้ตามใจชอบอีกด้วย

wwdc-31

 

Multitasking รูปแบบใหม่ ที่ให้คุณได้ใช้งานทั้งสองแอปฯ พร้อมกัน

wwdc-32

ใน iOS 9 จะทำให้ iPad มีความสามารถในด้านนี้ที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่ทำได้เฉพาะการสลับแอปพลิเคชันไปๆ มาๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • การใช้งาน Flyover เพื่อเรียกอีกแอปพลิเคชันหนึ่งขึ้นมาได้ทันที โดยตัว Flyover จะมีรูปแบบและหน้าตาที่เหมือนกับฝั่ง iPhone โดยเฉพาะ
    (ใช้ได้เฉพาะ iPad Air, iPad Air 2, iPad mini 2, iPad mini 3)

wwdc-33

  • การใช้งานสองแอปพลิเคชันพร้อมกันด้วยเทคนิค Split Screen เหมือนกับ OS X El Capitan โดยสามารถแบ่งได้ทั้ง 70:30 หรือ 50:50 ตามความเหมาะสมของการใช้งานในขณะนั้น
    (ใช้ได้เฉพาะ iPad Air 2 เท่านั้น)

wwdc-34

นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ PIP เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดูวิดีโอต่างๆ บนการใช้งานแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้เลยโดยที่ไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชันนั้นๆ ก่อนอีกด้วย เช่นสามารถดู YouTube แบบ PIP ขณะที่กำลังพิมพ์งานอยู่ใน Pages ได้เลย โดยที่เราไม่ต้องกดออกจาก YouTube ก่อนนั่นเองครับ

wwdc-35

 

การปรับปรุงอื่นๆ

wwdc-36

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น รันแอปฯ ได้เร็วมากขึ้น
  • เพิ่ม Low Power Mode โหมดยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นอีก 3 ชั่วโมง เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด
  • ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมมากขึ้น
  • iOS 9 จะอัปเดตตัวเองอัตโนมัติ และเมื่ออัปเดตเสร็จ จะลบไฟล์อัปเดตออกจากเครื่องอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ได้พื้นที่คืนมาทั้งหมด และตัว iOS 9 ก็จะมีขนาดที่เล็กลง ทำให้ใช้พื้นที่ในเครื่องน้อยลงตามไปด้วย
  • เพิ่มความสามารถให้ HomeKit สามารถเข้าจัดการระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านได้ เช่นสามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิด ระบบสัญญาณกันขโมย และระบบล็อกบ้านได้เลย และที่สำคัญคือสามารถจัดการทั้งหมดนี้ “ผ่าน iCloud” ได้โดยตรง ทำให้เราสามารถดูความปลอดภัยของบ้านได้ทุกที่ แม้ไม่อยู่บ้านนั่นเอง

wwdc-70

apple-wwdc-2015_1452

  • เพิ่มความสามารถในการใช้งานแบบไร้สายให้ CarPlay และทำให้ CarPlay รองรับสัดส่วนหน้าจอแปลกๆ ได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปปรับให้ UI เข้ารูปไปตามรูปแบบหน้าจอคอนโซลของรถ เช่นหน้าจอคอนโซลรูปแบบ 21:9

wwdc-71

 

มาเมื่อไหร่…

wwdc-38

iOS 9 จะเริ่มเปิดให้ทดสอบสำหรับผู้ใช้ในกลุ่ม Beta Test ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เช่นเดียวกับ OS X El Capitan และจะเปิดให้อัปเกรดกันถ้วนหน้าภายในช่วงปลายปีนี้ หรือก็คือช่วง iPhone รุ่นใหม่เปิดตัวนั่นเองครับ ข่าวดีคืออุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้นั้น จะเป็นอุปกรณ์เดิมที่สามารถใช้งาน iOS 8 ได้ทั้งหมด แต่ทว่าบางฟังก์ชันจะถูกจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึง เช่นเรื่อง Flyover หรือ Split Screen ใน iPad นั่นเองครับ

 

Swift รูปแบบใหม่ เป็น Open Source เต็มตัว ใครๆ ก็เอาไปใช้ได้!

wwdc-37

ภายในงานนี้ Apple ยังได้ประกาศให้ภาษา Swift กลายเป็นซอฟต์แวร์เปิดโดยสมบูรณ์ ใครจะเอาไปใช้งานก็ได้ ไม่ต้องผ่าน Apple อีกต่อไป โดย Swift Open Source นั้นจะรองรับการใช้งานร่วมกับ Linux, iOS และ OS X ครบถ้วน

wwdc-72

ในส่วนความสามารถใหม่ Swift 2.0 จะปรับให้คำสั่งบางคำสั่งมีขนาดที่สั้นลง รองรับการเขียนในรูปแบบ Markdown สามารถ Pointer ออกไปหาภาษา C ได้เลย และที่สำคัญคือคอมไพล์ได้เร็วขึ้น และได้ขนาดของแอปพลิเคชันที่เล็กลงนั่นเองครับ

 

App Store ที่โตไม่ยั้ง

wwdc-39

Tim Cook กลับมาอธิบายต่อว่า การเติบโตของ App Store นั้นเติบโตอย่างไม่ยั้งด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า หนึ่งแสนล้านครั้ง และจ่ายเงินให้นักพัฒนาไปแล้วกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และแน่นอนว่าหลังจากนี้ Apple จะทำให้ App Store นั้นเติบโตขึ้นไปมากกว่านี้อีกครับ

 

watchOS ชื่อจริงของระบบปฏิบัติการใหม่บนข้อมือของคุณ
พร้อมเวอร์ชันใหม่ watchOS 2

watch-os-2-details

ภายในงานนี้ Apple ยังได้ประกาศชื่อจริง ของระบบปฏิบัติการบน Apple Watch ด้วย นั่นก็คือ watchOS ซึ่งในงาน WWDC 2015 Apple ยังได้เปิดตัว watchOS 2 ซึ่งนับเป็นเวอร์ชันใหม่เวอร์ชันแรกของ watchOS ด้วยนั่นเอง ซึ่งของใหม่ใน watchOS 2 นั้นก็มีดังต่อไปนี้ครับ

  • Watch Face รูปแบบใหม่ โชว์ได้ทั้งรูป และข้อมูลสำคัญ

wwdc-43

wwdc-44

  • Time Travel ให้คุณได้รู้อนาคตล่วงหน้า ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

wwdc-45

  • Night Stand Mode โหมดรูปแบบใหม่เมื่อ Apple Watch ถูกชาร์จอยู่

wwdc-46

  • Friend รูปแบบใหม่ แยกกลุ่มได้ เพิ่มได้เอง

wwdc-47

  • Mail รูปแบบใหม่ ตอบเมลได้โดยตรง

wwdc-48

  • FaceTime Audio ให้คุณคุยกับสายสนทนาต่างๆ ผ่าน FaceTime Audio บน Apple Watch ได้เลย

apple-wwdc-2015_1849

  • Health&Fitness รูปแบบใหม่ สนุกมากขึ้น เก่งมากขึ้น เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันภายนอกได้ และสามารถใช้ Siri ในการเรียกการใช้งานด้านนี้ได้ด้วย

wwdc-49

wwdc-50

  • Wallet ให้คุณใช้บัตรสมาชิกของตัวเองผ่าน Apple Watch ได้เลย รวมถึงยังรองรับการใช้บัตรเงินสดแทนด้วย

wwdc-51

  • Map Transit ทำให้เราดูข้อมูลการนำทางผ่านระบบขนส่งมวลชนบนหน้าจอ Apple Watch ได้เลย

wwdc-52

 

มาเมื่อไหร่…

wwdc-53

สำหรับคนที่มี Apple Watch อยู่แล้ว watchOS 2 จะพร้อมให้ใช้งานภายในสิ้นปีนี้ครับ โดยที่นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

Apple Music บริการฟังเพลงออนไลน์รูปแบบใหม่ที่เข้าใจทุกคน

wwdc-54

ของชิ้นสุดท้ายภายในงาน เรียกได้ว่าเป็นเซอร์ไพรส์ส่งท้ายกันเลยทีเดียว เมื่อ Tim Cook ประกาศเปิดตัว Apple Music และเรียกให้ Jimmy Iovine อดีตผู้ก่อตั้งร่วมของ Beats Electronics ขึ้นเวทีในครั้งนี้ด้วย

wwdc-55

Jimmy ระบุว่า ตั้งแต่ iPod เปิดตัวขึ้นมา ผู้ฟังเพลงเริ่มเบนเข็มไปหาการฟังเพลงแบบดิจิทัลมากขึ้น และแพลตฟอร์มการฟังเพลงหลักๆ ที่หลายคนเลือกใช้ ก็คงจะหนีไม่พ้น iTunes กันแน่นอน แต่ปัจจุบัน การฟังเพลงนั้นเปลี่ยนไปมาก เพราะมีแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องผุดออกมามาก เช่น ฟังเพลงผ่าน Pandora หรือ Spotify ดูวิดีโอผ่าน YouTube ติดตามข้อมูลศิลปินผ่าน Facebook และ Twitter หรือดูรูปศิลปินที่ชืนชอบ แต่วันนี้ Apple จะทำให้ ทุกสิ่งเหล่านี้กลับมารวมกันในแอปพลิเคชันเดียว และนั่นก็คือ Apple Music นั่นเองครับ

wwdc-56

Apple Music จะเป็นแหล่งรวบรวมเพลงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีฐานหลักคือ iTunes Music และ iTunes Video และรวบรวมข้อมูลการติดต่อของศิลปินคนนั้นๆ เข้ามาในแอปพลิเคชันเดียว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องไปติดตามข้อมูลของศิลปินคนนั้นที่ไหนอีก

จุดสำคัญหลักของ Apple Music มีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ครับ

 

เกิดมาเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกบริการเพลงทั้งหมด

wwdc-57

ในแอปฯ Music จะถูกรีเมคหน้าตาใหม่ทั้งหมด โดยมีแท็บสำคัญสามแท็บคือ

  • My Music แหล่งรวบรวมเพลงในเครื่องของเราทั้งหมด รวมถึงเพลงที่ซื้อมาจาก iTunes Store ด้วย ส่วนนี้สามารถเชื่อมหา iTunes Store ได้โดยตรงเลย

wwdc-58

  • For You เป็นแหล่งรวบรวมรายการเพลงจาก Apple Music ทั้งหมดถูกคัดสรรอย่างดีจากความชอบส่วนตัวของผู้ใช้

wwdc-59

  • New เป็นแหล่งรวบรวมเพลงใหม่จากศิลปินจากต่างประเทศ

wwdc-60

 

บริการเดียวที่ฟังวิทยุได้ทุกคลื่นทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง!

wwdc-61

เพราะนอกจากการฟังเพลงแล้ว หลายๆ คนจะชอบฟังวิทยุในตัวด้วย โดยในแอปฯ จะรองรับการฟังรายการวิทยุต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตครบทุกรายการทั่วโลก (สถานีหลักๆ ของบ้านเรา เช่น 94 EFM, Seed 97.5 และ Virgin Hitz Thailand ก็มากันครบ) ผ่านทางแอปฯ Apple Music ได้เลย

ที่สำคัญคือ Apple Music จะมีบริการวิทยุหลักจาก Beats 1 ซึ่งเป็นสถานีวิทยุกลางของ Apple ให้ฟังอีกด้วย โดยตัว Beats 1 เน้นการฟังเพลงแบบสบายๆ พร้อมเล่าถึงเรื่องของวัฒนธรรมทางดนตรี และกิจกรรมทางดนตรีต่างๆ ทั่วโลก ดำเนินรายการโดย Zane Lowe และมีสัมภาษณ์สดจากศิลปินต่างๆ ทั่วโลก ทั้งหมดนี้ส่งตรงจากสถานีกลางที่ Los Angeles และให้บริการทั่วโลกแบบ 24/7 เลยทีเดียว

wwdc-62

 

เชื่อมต่อกับศิลปินได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปหาช่องทางอื่นๆ

wwdc-63

นอกจากนั้นแล้ว Apple Music ยังรองรับการติดต่อกับศิลปินที่ชื่นชอบได้โดยตรง ในหน้าของศิลปินแต่ละคน จะมีข้อมูลของศิลปินคนนั้นๆ ขึ้นมาด้วย และเมื่อศิลปินทำการโพสต์ข้อความอะไรลงไป ก็จะถูกดึงขึ้นมาแสดงบน Apple Music เช่นกัน

wwdc-64

 

มาเมื่อไหร่…

wwdc-65

Apple Music จะเปิดให้ใช้งานครั้งแรกวันที่ 30 มิถุนายนนี้พร้อมกันกว่า 100 ประเทศทั่วโลก (เท่ากับว่าประเทศที่มี iTunes Music Store เปิดอยู่ ก็สามารถใช้งานได้เลย) โดยหลักๆ จะมาพร้อมกับการอัปเดต iOS 8.4 บน iPhone, iPod touch และ iPad รวมถึงยังสามารถใช้งานได้บน iTunes เวอร์ชันใหม่ทั้ง iTunes for Mac และ iTunes for Windows รวมถึง ยังสามารถใช้งานบนมือถือ Android ได้อีกด้วย โดยแอปพลิเคชันสำหรับ Android จะเปิดให้ใช้งานภายในช่วงสิ้นปีนี้

wwdc-66

สำหรับค่าบริการของ Apple Music จะอยู่ที่ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 300 กว่าบาทต่อเดือน สำหรับการใช้งานเพียงคนเดียว (ฟังพร้อมกันไม่ได้) หรือถ้าต้องการแพ็คเกจที่ฟังพร้อมกัน Apple ก็มีแพ็คเกจ Family Sharing สำหรับแชร์ร่วมกันภายใต้บัญชีหลักเพียงอันเดียวได้สูงสุด 6 บัญชี โดยค่าบริการของแพ็คเกจนี้จะอยู่ที่ 14.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 450 บาทต่อเดือนนั่นเองครับ

wwdc-67

 

บททิ้งท้าย

Tim Cook ออกมาปิดงานอย่างสง่าว่า งานในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะมีเพียงเท่าที่เห็น แต่เราก็ยังมีอะไรให้ติดตามอีกเยอะพอสมควร ซึ่งเราจะต้องเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการติดตามข่าวสารเหล่านี้ต่อไปอย่างใกล้ชิดกันเลยทีเดียวครับ

แน่นอนว่าก่อนจบงาน Tim Cook บอกว่าเพราะงานนี้เราเน้นเพลง เขาเลยเชิญเพื่อนของเขา The Weekend ขึ้นมาโชว์เพลง “Can’t feel My Face” ซึ่งเป็นซิงเกิลใหม่ก่อนเป็นที่แรกด้วยครับ

wwdc-68

 

และแล้วงานในวันนี้ก็จบลงแล้ว เจอกันใหม่ปีหน้าครับ :) ส่วนใครที่อยากติดตามย้อนหลัง สามารถดูได้เลยที่นี่คร้บ

Screen Shot 2015-06-09 at 04.09.57

“Worldwide Developer Conference Keynote – June 2015″


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke