Apple ล้มโครงการ “Apple Smart TV” แล้ว หลังซุ่มทำมาได้สักพัก และพบว่า “มันไม่ใช่ และ ไม่แตกต่าง”

ถ้าใครเป็นแฟน Apple เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าวว่า Apple กำลังซุ่มทำ Smart TV เพื่อเอามาเติมช่องว่างระหว่าง Apple TV กับ โทรทัศน์ แต่แล้วโครงการนี้กลับเงียบกว่าที่คิด และได้ผลสรุปที่เป็นทางการแล้วว่า “โครงการนี้ ล้มแล้วจ้า”

The Wall Street Journals เผยรายงานพิเศษว่า จากการสัมภาษณ์กับพนักงาน Apple คนหนึ่ง ได้ข้อมูลลึกเกี่ยวกับโครงการลับนี้ว่า Apple มีความตั้งใจที่จะทำสมาร์ททีวีออกขายจริงๆ แต่ตอนนี้ โครงการทุกอย่างได้หยุดลงมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่า Apple ไม่สามารถหาจุดที่ทำให้สมาร์ททีวีตัวนี้ “แตกต่าง” จากเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นอื่นๆ ในท้องตลาดได้

เดิมทีแล้ว Apple เคยเปิดโครงการพัฒนาเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นหนึ่ง ที่ใช้จอเป็นแบบโปร่งใส และยิงภาพขึ้นหน้าจอด้วยการใช้เลเซอร์กำลังต่ำ แต่ผลคือเครื่องรับโทรทัศน์ตัวนี้ อันตรายมากต่อมนุษย์ แถมยังใช้พลังงานสูง และให้ภาพที่แย่มากจึงล้มโครงการนี้ไปก่อน

ต่อมาก็กลับมาเปิดโครงการพัฒนาอีกครั้ง โดยรอบนี้มาพร้อมกับแนวคิดการผนวกเอา iOS เวอร์ชัน Apple TV มาทำเป็นสมาร์ททีวีเต็มตัว และหน้าจอแสดงผลก็จะรูปแบบเดียวกับ MacBook ทั้งชนิด และอุณหภูมิของสี แถมยังมีความคิดที่จะใส่กล้อง FaceTime Camera สำหรับใช้ FaceTime on TV ติดเข้ามาด้วย แต่ผลลัพธ์คือสิ่งที่ Apple ทำออกมา มันไม่ได้แตกต่างจากโทรทัศน์บางรุ่น ที่ทั้งเป็นสมาร์ททีวีความละเอียดสูง แถมมีกล้องในตัว และใช้ Skype ได้ในตัวอยู่แล้ว Apple เลยตัดสินใจว่า มันจึงไม่ควรเป็นฟีเจอร์หลักที่จะเอามาเป็นจุดขายเลยแม้แต่น้อย

สำหรับโครงการโทรทัศน์ เกิดขึ้นเมื่อปี 2011 เมื่อ Steve Jobs ได้บอกกับ Walter Isaacson ก่อนเสียชีวิตว่า “เขาสนใจที่จะลงทุนในตลาดโทรทัศน์” แถมยังมี “ไอเดียเรื่องการแสดงผลของระบบบนโทรทัศน์แล้วด้วย” และผมก็ “สามารถเจาะตลาดนี้ได้เลยถ้าจะทำจริงๆ” ข่าวนี้เลยครึกโครมขึ้นมาอีกในปี 2012 และ 2013 เมื่อตลาดของ Ultra HD เริ่มบูมมากขึ้น ก็มีข่าวว่า Apple จะลงตลาดนี้จริงๆ จังๆ สักที แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม The Wall Street Journals เชื่อว่าเมื่อ Apple ล้มโครงการสมาร์ททีวีแล้ว บริษัทน่าจะกลับมาโฟกัส Apple TV ของตัวเองต่อ ด้วยการเปิดตัวฟังก์ชันใหม่ๆ ภายในงาน WWDC ที่จะถึงนี้ และถ้าเป็นไปได้ เราน่าจะได้เห็น Apple TV รุ่นใหม่ภายในงานนี้อีกด้วยครับ


ที่มา: MacRumors


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke