ลองของจริงกับ “AIS Fibre” เมื่อ AIS นำพาประสบการณ์เน็ตบ้านความเร็วสูงสู่ทุกบ้าน ด้วยนิยามสั้นๆ “ใช้ได้มากกว่า”

เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์วงการโทรคมนาคมต้องถูกจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง เมื่อทาง AIS ได้ออกมาเปิดตัว AIS Fibre โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนสายไฟเบอร์ออพติคแท้ๆ อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น เราได้เห็น AIS ทำตลาดนี้ด้วยแบรนด์ AIS FibreNet ไปพลางๆ ก่อน ซึ่งในรอบจริงนี้ AIS จะมีอะไรมานำเสนอให้ตื่นเต้นกันบ้างนั้น เราลองมาติดตามกันดูครับ

 

AIS Fibre คืออะไร? มายังไง?

ais-fibre-15

ถ้าเราตามข่าวสารกัน เมื่อกลางปีที่แล้ว AIS ได้ส่งหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า AWN ที่เป็นบริษัทในเครือ จะผันตัวเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตตามบ้าน (Fixed Broadband) ก่อนที่จะเปิดตัว AIS FibreNet ในเวลาต่อมา ซึ่งภายในงาน AIS Vision 2015 เมื่อต้นปี ทาง AIS ก็ได้ประกาศรีแบรนด์ AIS FibreNet เป็น AIS Fibre พร้อมประกาศขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง และให้คำมั่นสัญญาว่าภายใน 5 ปี เส้น Fibre ของ AIS จะลากผ่านครัวเรือนทั้งประเทศประมาณ 10 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็น 50% ของครัวเรือนในประเทศทั้งหมด 

จนถึงวันนี้ AIS ก็ได้เริ่มลุยตลาดของ AIS Fibre อย่างเป็นทางการจริงๆ จังๆ ด้วยโปรโมชันที่ถูกที่สุดในตลาด บวกกับคุณภาพในการให้บริการตามมาตรฐานของ AIS พร้อมด้วยความบันเทิงที่ AIS คัดสรรมาให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อทำให้ชีวิตในยุคดิจิทัลนั้นเติมเต็มได้มากขึ้น ตามนิยามใหม่ของบริษัทที่ประกาศไว้เมื่อต้นปี นั่นก็คือ “Live Digital, Live More” นั่นเอง

 

เทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติค คืออะไร?

สังเกตดีๆ เราจะเห็นเส้นสีเหลือง ซึ่งเส้นนั้น คือสายไฟเบอร์ออพติค

สังเกตดีๆ เราจะเห็นเส้นสีเหลือง ซึ่งเส้นนั้น คือสายไฟเบอร์ออพติค

สำหรับเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติค (Fibre Optic) ที่ทาง AIS เลือกใช้นั้น คือเทคโนโลยีการใช้สายใยแก้วนำแสงในการรับ-ส่งข้อมูล ซึ่งความเร็วในการส่งข้อมูลนั้นก็จะเทียบเท่าความไวแสง โดยสายเส้นนี้จะรองรับการแบนด์วิธในการใช้งานได้สูงสุดถึง 2.5 GHz ต่อเส้น และสายไฟเบอร์ออพติคนี้ เป็นสายที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลักๆ เลือกใช้งานด้วยกันทั้งหมดด้วย

คุณสมบัติพิเศษของสายไฟเบอร์ออพติคก็คือ มันสามารถทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี เพราะเดิมที่การใช้สายทองแดง ถึงแม้ต้นทุนถูก แต่ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่ทั้งร้อนและชื้น ทิ้งไปสักพัก มันก็จะเสื่อมสภาพลง ทำให้คุณภาพของสัญญาณนั้นเสื่อมสภาพลงตามคุณภาพของสายสัญญาณไปด้วย แต่สำหรับไฟเบอร์ออพติค ถึงแม้จะโดนน้ำ/โดนฝน/โดนความร้อนมากเพียงใด ก็จะไม่เสื่อมสภาพลงตามอายุการใช้งานนั่นเอง

ในอดีต การใช้ไฟเบอร์ออพติคในการให้บริการอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก ด้วยราคาและต้นทุนที่สูง บวกกับความยากในการเข้าถึงของผู้ใช้งานแบบบ้านๆ ทั่วๆ ไป แต่หลังจากที่ผ่านยุค 3G ไปแล้วเมื่อปี 2001 สายไฟเบอร์ออพติคก็มีราคาถูกลงอย่างเห็นได้ชัด จนสามารถเอื้อมถึงกันได้ในราคาบ้านๆ นั่นเอง

 

พื้นที่ที่ติดตั้งได้ !

ais-fibre-16

เบื้องต้นทาง AIS แจ้งว่า ในระยะแรกของ AIS Fibre จะเน้นไปที่โครงการคอนโดมิเนียม และหมู่บ้านจัดสรรเป็นหลักก่อน โดยตัวโครงการคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน ทาง AIS จะเข้าไปคุยกับทางนิติบุคคล เพื่อลากสายไฟเบอร์เข้าไปที่ห้องควบคุมกลาง และกระจายสัญญาณไปตามสายเคเบิลทีวีหรือสายโทรศัพท์แทน โดยที่มีความสามารถในการทำความเร็วได้สูงถึง 100 Mbps

ส่วนตัวโครงการที่สร้างใหม่ AIS จะดูโอกาสว่าทางนิติ จะอนุญาตให้วางสาย Fibre optic ได้เลยหรือไม่ ซึ่งถ้าสามารถวางได้ ทั้งโครงการก็จะเป็นการต่อสายกับสาย Fibre optic โดยตรง และรองรับได้ที่ความเร็วสูงสุด 1 Gbps อีกด้วย

ในส่วนของบ้านเดี่ยวหรือบ้านจัดสรร ทาง AIS แจ้งว่าในตอนนี้พื้นที่ที่ติดตั้งและใช้งานได้ค่อนข้างมีจำกัด คือล้อมอยู่รอบนอกเมืองก่อน ส่วนภายในตัวเมืองจะเริ่มขยายนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยที่ทุกๆ 3 เดือนจะมีพื้นที่เพิ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก และภายใน 5 ปี AIS Fibre จะมีพื้นที่คลอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ด้วยคำมั่นสัญญาตั้งแต่งาน AIS Visions 2015 ว่า ทุกถนน ทุกซอย ทุกบ้าน จะมีสาย AIS Fibre ตัดผ่านทั้งหมด

สำหรับตอนนี้ ใครที่อยากรู้ว่าบ้านเราติดตั้ง AIS Fibre ได้หรือไม่ สามารถตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งด้วยตนเองได้เลยที่ https://fixedbb.ais.co.th/ ซึ่งถ้าติดตั้งได้ ก็จะมีข้อมูลแพ็คเกจ FTTH ขึ้นมาให้เลือกในทันที แต่ถ้ายังไม่ได้ ก็จะมีข้อความแจ้งว่าพื้นที่นี้ยังไม่รองรับการใช้งาน AIS Fibre แต่อย่างใด แต่เราก็สามารถยื่นคำร้องติดตั้ง AirNet ก่อนได้ และเมื่อ AIS Fibre พร้อมใช้งาน ก็จะเปลี่ยนให้ฟรีทันที

 

แพ็คเกจและราคา

ais-fibre-18

ในส่วนของราคาและโปรโมชันของ AIS Fibre นั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ

Screen Shot 2015-04-27 at 9.23.45 PM

  • 15/5 Mbps – 590 บาท (สมัครได้เฉพาะคอนโดมิเนียมเท่านั้น)
  • 20/7 Mbps – 750 บาท
  • 30/10 Mbps – 1,190 บาท
  • 50/20 Mbps – 1,990 บาท
  • 100/40 Mbps – 3,990 บาท
  • 200/60 Mbps – 6,990 บาท
  • 500/100 Mbps – 13,990 บาท
  • 1 Gbps/200 Mbps – 27,990 บาท
  • ทุกแพ็คเกจจะได้รับ AIS Wi-Fi 1 Account สำหรับใช้งานภายนอก
    (ไม่ให้ AIS Super Wi-Fi ด้วยเหตุผลที่ว่าในอนาคต AIS Super Wi-Fi จะเปลี่ยนวิธีการยืนยันตนเป็น EAP-SIM สำหรับอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า AIS 3G สามารถเข้าใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องไปล็อกอินผ่านหน้าเว็บใหม่ทุกครั้ง และบริการ AIS Super Wi-Fi ก็จะเป็นสิทธิ์ของผู้ใช้งานฝั่ง Mobile ไปโดยปริยาย)

ทั้งนี้ลูกค้าจะได้รับอุปกรณ์สองอย่างภายในวันที่ติดตั้งครับ นั่นก็คือตัว AIS Playbox และโมเด็ม โดยมีสัญญาการใช้งาน 1 ปี หากยกเลิกการติดตั้งก่อนครบสัญญา AIS ขอเก็บค่าติดตั้งที่ยกเว้นไว้ทั้งหมด 6,500 บาท (4,000 บาทของตัว Fibre + 2,500 บาทของตัว Playbox) ครับ

สำหรับคอนโดฯ เบื้องต้นเราสามารถสมัครแพ็คเกจได้สูงสุดที่ 100/40 Mbps ขึ้นอยู่กับความสามารถของตู้ชุมสายภายในตัวอาคาร แต่ถ้าคอนโดฯ ใหม่ๆ ที่ลากสายไฟเบอร์กันในอาคาร คอนโดฯ นั้นจะสามารถสมัครได้สูงสุดที่ 1 Gbps/200 Mbps ได้เลย

 

ลองเล่นจริงกับ AIS Fibre

ais-fibre-14

ภายในงานเปิดตัวที่สยามพารากอนเมื่อวันที่ 26-27 เมษายนที่ผ่านมา AIS ยังได้จัดบูธ AIS Fibre Experience เพื่อแนะนำประสบการณ์ AIS Fibre ฉบับของจริงบนการใช้งานจริงอีกด้วย โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ครับ

 

AIS Fibre Test Area

ลองยิงไป Texas ถ้าไม่แน่จริง ก็ไม่ได้สปีดเท่านี้นะครับ!

ลองยิงไป Texas ถ้าไม่แน่จริง ก็ไม่ได้สปีดเท่านี้นะครับ!

จุดแรกหลังจากเข้างานมาคือจุดทดสอบการใช้งาน AIS Fibre ครับ โดยมีให้ทดสอบทั้งความเร็ว การดู YouTube หรือดาวน์โหลดข้อมูล ก็ทำได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ข้างหลังยังมีการทำ Speed Test เทียบกับ ADSL ให้ได้ดูกันอีกด้วย เพื่อโชว์ให้เห็นชัดๆ เลยว่า AIS Fibre นั้นมีดีขนาดไหน

เปรียบเทียบความเร็วสูงสุด ซ้ายคือ AIS Fibre ส่วนขวาคือ ADSL ทั่วไป

เปรียบเทียบความเร็วสูงสุด ซ้ายคือ AIS Fibre ส่วนขวาคือ ADSL ทั่วไป

 

Gaming with Garena

ais-fibre-12

จุดที่ 2 คือจุดประสบการณ์การเล่นเกมของทาง Garena Online โดยภายในงานทาง Garena Online ได้นำเกม Fifa Online 3 ที่ขึ้นชื่อว่าแลคมากถ้าเน็ตไม่เร็วจริง ซึ่งเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของผู้เล่นเกมนี้โดยตลอดมาเล่นให้ดูบน AIS Fibre ว่าไม่มีอาการแลคให้เห็นเลยแม้แต่น้อย! เอาง่ายๆ ว่า Ping ระหว่างตัวเครื่องกับเซิร์ฟเวอร์ อยู่ในระดับ 0.x เท่านั้น

 

Safety with Miracle Eyes

ais-fibre-3

จุดที่ 3 จะเป็นส่วนการทดสอบการใช้งานระบบกล้องวงจรปิดพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับบุคคลต้องสงสัย และระบบส่งข้อมูลเข้าสถานีตำรวจ ซึ่งทาง AIS ได้จับมือร่วมกับ TOT CAT True และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการพัฒนาระบบนี้ขึ้นมาใช้งาน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับครัวเรือนและทรัพย์สิน

ระบบการทำงานจะมีทั้งหมดสองส่วน คือส่วนกล้องวงจรปิด ที่จะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว และระบบแจ้งเหตุการณ์ซึ่งจะติดตั้งอยู่ภายในสน. ที่รับผิดชอบ (เช่น ซอยสุขุมวิท 50 จะอยู่ในพื้นที่ สน.พระโขนง เป็นต้น) โดยเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ระบบจะดำเนินการส่งข้อมูลไปแจ้งยัง สน. ที่รับผิดชอบในทันที ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการรอคอย รวมถึงลดโอกาสใสการสูญเสียทรัพย์สินได้อีกด้วย โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า ระบบนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เหลือเพียงไม่เกิน 10 นาที นับจากเวลาเกิดเหตุการณ์

เมื่อเกิดเหตุ ระบบจะรายงานสถานการณ์ให้ในทันที

เมื่อเกิดเหตุ ระบบจะรายงานสถานการณ์ให้ในทันที

และยังแนบวิดีโอของเหตุการณ์นั้นๆ ไปให้ตำรวจใช้ในการบันทึกคดีด้วย

และยังแนบวิดีโอของเหตุการณ์นั้นๆ ไปให้ตำรวจใช้ในการบันทึกคดีด้วย

ระบบทั้งหมดนี้ถูกวางแผนภายใต้การทำงานของ AIS Fibre และ True Online ซึ่งเราน่าจะได้เห็นการเปิดตัวระบบนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็วๆ นี้ครับ

 

Entertainment Time with AIS Playbox

ais-fibre-8

จุดสุดท้ายเป็นจุดการทดลองใช้งาน AIS Playbox กล่อง IPTV มหัศจรรย์ที่จะเปลี่ยนทีวีธรรมดาให้กลายเป็นสมาร์ททีวีในพริบตา ซึ่ง AIS จะมอบเจ้ากล่องนี้ให้ผู้ใช้ AIS Fibre ได้ใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแต่อย่างใด

เบื้องต้น AIS Playbox มาพร้อมกับการดูฟรีทีวีกว่า 100 ช่องภายใต้ใบอนุญาตการดำเนินการของ DTV (ในอนาคต AIS จะขอใบอนุญาตมาดำเนินการด้วยตัวเอง แต่ปัจจุบันนี้ระบบทุกอย่าง AIS เป็นคนดำเนินการด้วยตัวเองทั้งหมด เพียงแต่ทำอยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ DTV เท่านั้น) ซึ่งมีให้เลือกชมทั้งทีวีดิจิตอล 36 ช่อง (ไม่รวมช่องท้องถิ่น) ช่องฟรีทูแอร์ และช่องรายการดังๆ จาก CTH และ GMMZ อีก 70 กว่าช่อง แน่นอนว่าช่อง CTH Stadium ก็มา 6 ช่อง 6 Stadium ครบถ้วน ให้ลูกค้าได้ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกครบทุกแมตช์แบบต่อเนื่องไปอีกหนึ่งปี

นอกจากนี้ AIS Playbox ยังสามารถกดดูรายการย้อนหลังได้ 7 วัน นับจากวันที่เราดูอยู่ เช่นคืนวันศุกร์ที่มีรายการ “คืนความสุขให้ประชาชน” ช่วงเวลานั้นเราสามารถกดดูรายการย้อนหลังที่พลาดไปแบบไม่ต้องสนใจรายการสดได้เลย และในส่วนของช่องที่เป็นช่อง HD ก็จะได้ภาพในคุณภาพ Full HD แบบชัดเจนตามต้นฉบับ 100% โดยที่ไม่มีการบีบอัดให้เสียความละเอียดทุกช่อง และยังรองรับการส่งภาพในความละเอียด 4K (ต้องใช้สาย HDMI 2.0 โดยที่ตอนนี้ยังสามารถส่งไปได้เพียง 30 MHz) ได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ลูกค้า AIS Fibre สามารถดูได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนเพิ่มตลอดอายุการใช้งานของ AIS Fibre และเรายังสามารถดูหนังผ่าน AIS Movie Store, HOOQ, YouTube หรือติดตั้งแอปพลิเคชันผ่าน Google Play Store เพื่อเล่นเกมหรือท่องเน็ตได้อีกด้วย

แต่ก็ไม่ใช่ว่า AIS จะกั๊กไปซะทีเดียว เพราะ AIS จะวางจำหน่ายกล่องนี้แยกต่างหากเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ติดตั้ง AIS Fibre ด้วย โดยที่กล่องขายแยกนี้ จะต้องเสียค่าบริการรายเดือนตลอดอายุการใช้งาน ถ้าไม่จ่ายก็ดูไม่ได้ แม้กระทั่งฟรีทีวี 100 ช่องครับ

ais-fibre-7

สำหรับภายใน AIS Playbox ตัวนี้เป็น Android เวอร์ชัน 4.4 แบบปรับแต่งภายในใหม่ทั้งหมด ซึ่งในเร็วๆ นี้ AIS จะออกอัปเดตใหม่ออกมาเป็น Android TV (หรือ Android เวอร์ชัน 5.0 เทียบเท่าสมาร์ททีวีของ Sony) ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นจาก Google Cast และคุณสมบัติในการสตรีมภาพ 4K จากบริการต่างๆ รวมถึง YouTube แบบครบถ้วนอีกด้วย

 

อนาคตของ AIS Fibre และ AIS AirNet

เป้าหมายภายใน 5 ปีนับจากนี้ (ภาพจากงาน AIS Vision เมื่อต้นปี)

เป้าหมายภายใน 5 ปีนับจากนี้ (ภาพจากงาน AIS Vision เมื่อต้นปี)

ปัจจุบัน AIS ยังคงเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตตามบ้านภายใต้สองโปรแกรม คือ AIS AirNet ที่ให้บริการอยู่เดิม และ AIS Fibre ที่เพิ่งเปิดตัวไป โดยตอนนี้ AIS จะใช้ AIS AirNet เป็นทัพหน้าในการบุกตลาดต่างจังหวัดที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ยาก และจะอัปเกรดเป็น AIS Fibre ให้เมื่อย่านนั้นๆ มีคนใช้งานพร้อมและเพียงพอที่จะอัปเกรดขึ้นไป

ส่วนในกรุงเทพฯ ตอนนี้ทาง AIS ได้วางสายไฟเบอร์ออกไปแล้วเกือบทั่วทั้ง กทม. รอบนอก และพื้นที่ กทม. ชั้นในบางจุด ซึ่งหลังจากนี้ AIS จะเริ่มลากสาย Fibre Optic โจมตีตัวเมืองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านครบทุกบ้าน ทุกซอก ทุกซอย และก็จะกลายเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยสาย Fibre Optic เป็นรายใหญ่รายหนึ่งของกรุงเทพฯ ไป

หลังจากนี้ AIS ตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปี เราจะได้เห็นโครงข่าย AIS Fibre ขยายออกไปครอบคลุมพื้นที่กว่า 10 ล้านครัวเรือน (Home Pass) ครบทั้ง 77 จังหวัด (เฉพาะเขตเทศบาล) และจะขยายต่อไปเรื่อยๆ จนครบทั่วทั้งประเทศทุกอำเภอ และทุกตำบลครับ

Digital Phone อีกหนึ่งบริการที่ AIS จะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้

Digital Phone อีกหนึ่งบริการที่ AIS จะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้

นอกจากเรื่องการขยายโครงข่ายแล้ว AIS ยังวางแผนที่จะให้บริการ Digital Phone หรือโทรศัพท์ดิจิตอลผ่านเบอร์บ้าน 0-xxxx-xxxx ด้วย (AIS มีใบอนุญาตประกอบการ และได้รับความเห็นชอบจาก TOT แล้ว) โดยความพิเศษก็คือ เราไม่ต้องติดตั้งสายโทรศัพท์พื้นฐานให้ยุ่งยาก เพราะทั้งหมดอยู่ในสายไฟเบอร์เพียงเส้นเดียว และเมื่อเป็นการโทรหา AIS Fibre ด้วยกัน คุณภาพของสัญญาณเสียงก็จะเป็นแบบ HD Voice เหมือนโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

ตัวอย่างโมเด็มที่รองรับการใช้งาน Digital Phone

ตัวอย่างโมเด็มที่รองรับการใช้งาน Digital Phone

และนอกจากเรื่อง Digital Phone แล้ว ในอนาคต AIS ยังวางแผนที่จะเปิดให้บริการดิจิตอลอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่ง AIS บอกกับทางทีมงานว่า การให้บริการดิจิตอล จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าโครงการไฟเบอร์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งการเปิดตัว AIS Fibre ในครั้งนี้ ก็คือจุดเริ่มต้นของการขยายบริการดิจิตอลออกไปตามนโยบาย  Live Digital, Live More นั่นเองครับ


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke