สรุปสเปค iPhone 5s และ iPhone 5c ครบทุกรายละเอียด แบบที่ยังไม่มีเว็บไหนเขียนถึง

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อย สำหรับสองสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของแอปเปิลอันได้แก่ iPhone 5S และ iPhone 5C ที่ในวันนี้แอปเปิลได้ใช้เวทีเล็กๆ ในบริษัท ทำการเปิดตัวสองสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้อย่างเป็นทางการครับ

 

iOS 7 พร้อมให้อัปเดต 18 กันยายนนี้

ก่อนเปิดตัว iPhone ใหม่ทั้งสองรุ่น แอปเปิลได้ประกาศวันอัปเดต iOS 7 ตัวเต็ม อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 18 กันยายนนี้ โดยผู้ใช้อุปกรณ์ดังต่อไปนี้ สามารถอัปเดตได้ฟรีครับ

    • iPhone 4  /  iPhone 4S  /  iPhone 5
    • iPod touch รุ่นที่ 5
    • iPad 2
    • iPad รุ่นที่ 3 และ 4
    • iPad mini

สามารถอ่านบทความ Review iOS 7 ที่เราเคยลงไว้ พร้อมทั้ง Review iTunes Radio ก่อนอัปเดตจริง ได้จากที่นี่เลยครับ

 

 

แอปเปิลประกาศ แจกชุดโปรแกรม iWork-iLife ฟรี!

อีกการประกาศหนึ่งที่น่าตกใจในงานเปิดตัว iPhone วันนี้ คือการประกาศแถมชุดโปรแกรม iWork ทั้ง Pages, Numbers และ Keynote (หรือ Word, Excel, PowerPoint เวอร์ชั่นแอปเปิลนั่นเอง)

รวมถึงแจกแอปในชุด iLife อย่าง iPhoto และ iMovie ไปพร้อมกับ iPhone, iPad และ iPod touch เครื่องใหม่ทุกเครื่องที่ซื้อตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ที่ซื้อเครื่องใหม่สามารถดาวน์โหลดแอปเหล่านี้ได้ฟรี หลังจากเปิดใช้งานครับ

 

 

iPhone 5c

 ในปีนี้แอปเปิลเปลี่ยนวิธีการออกรุ่นของ iPhone ใหม่ จากเดิมที่ลดราคารุ่นเก่าลงมา 1 ขั้นแล้วขายต่อ แต่สภาพตลาดไม่เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้นอีกต่อไป เพราะลูกค้ามองว่า “แอปเปิลเอา iPhone รุ่นเก่ามาขาย” ดังนั้น เมื่อลูกค้าอยากได้ iPhone ที่ดูสดใหม่ แอปเปิลจึงใช้วิธีออกรุ่นใหม่ทีเดียวสองรุ่น ทดแทน iPhone 5 เสียเลย หนึ่งในนั้นคือ iPhone 5c (แอปเปิลเลือกที่จะเขียนตัว c เป็นตัวพิมพ์เล็กด้วย) 

สีของ iPhone 5C จะมีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเขียว สีน้ำเงิน สีชมพู สีเหลือง และสีขาวครับ โดยทุกสีมีด้านหน้าเป็นกระจกสีดำเหมือนกันหมด ทั้งนี้ iOS 7 ที่มาพร้อมกับ iPhone 5C นั้น ในเบื้องต้นจะถูกตั้งค่าพื้นหลังให้เข้ากับสีของตัวเครื่อง สมมติว่าซื้อสีเขียวมา ตอนแกะกล่องผู้ใช้จะเห็นภาพพื้นหลังเป็นสีเขียวลายน้ำ แทนภาพจักรวาลที่ใช้บน iPhone 5s ครับผม

 

สเปคเครื่องของ iPhone 5c ยังคงอิงกับ iPhone 5 แทบจะเหมือนเดิมทุกจุด แต่ต่างกันตรงที่ iPhone 5c จะเปลี่ยนวัสดุภายนอก จากอลูมิเนียมและกระจก มาเป็นพลาสติกเกรดสูงชิ้นเดียว หุ้มโครงโลหะภายในไว้แบบเต็มตัวแทนครับ แอปเปิลให้เหตุผลที่ใช้พลาสติกก็เพราะต้องการทำ iPhone รุ่นใหม่ที่มีสีสันสดใส แต่วัสดุอย่างอลูมิเนียมไม่สามารถผสมสีให้สดใสแบบนี้ได้นั่นเอง 

 รายละเอียดสเปคเครื่อง iPhone 5c

  • ขนาด-มิติเครื่อง
    • 5.92 cm x 12.44 cm x 8.97 mm  (กว้าง x ยาว x หนา)
      อวบกว่า iPhone 5 อยู่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ยังบางกว่า iPhone 4/4S
    • หนัก 132 กรัม เบากว่า iPhone 4S เล็กน้อย
  • หน่วยประมวลผล
    • Apple A6 ตัวเดียวกันกับใน iPhone 5 แต่ปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่
  • เครือข่าย
    • รองรับ 4G LTE (ไม่ครบทุกคลื่น แตกต่างไปตามรหัสโมเดลเครื่องและประเทศที่จำหน่าย)
    • รองรับ 3G UMTS/HSPA+/DC-HSDPA ทุกคลื่นทั่วโลก
    • รองรับ GSM/EDGE
    • Wi-Fi 802.11a/b/g/n (รองรับที่คลื่นความที่ 2.4 GHz และ 5 GHz)
    • Bluetooth 4.0
  • หน้าจอ
    • หน้าจอขนาด 4 นิ้ว แบบ Retina Display
      ความละเอียด 640 x 1136 พิกเซล ความหนาแน่น 326ppi เท่า iPhone 5
    • เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ
  • กล้องหลัง (iSight Camera)
    • ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เท่า iPhone 5
    • ถ่ายพาโนรามา 28 ล้านพิกเซล
    • ใช้กระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนเลนส์กล้อง
    • ถ่ายวิดีโอ Full HD 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
    • ตัวเลนส์มีค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.4
      มีชิ้นส่วนทั้งหมด 5 ชิ้น และมีเซนเซอร์ตรวจวัดแสง เหมือน iPhone 5 ทุกประการ
  • กล้องหน้า (FaceTime Camera)
    • ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล เท่า iPhone 5
    • ปรับปรุงคุณภาพกล้องหน้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม
    • ถ่ายวิดีโอ HD 720p
    • เพิ่มเซนเซอร์ตรวจวัดแสงให้กล้องหน้า ทำให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น
  • แบตเตอรีใหญ่ขึ้นจาก iPhone 5 เล็กน้อย
    • ใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมงสำหรับการโทรศัพท์ผ่าน 3G
    • 8 ชั่วโมงสำหรับการเล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน 3G
    • 10 ชั่วโมงสำหรับการเล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน 4G LTE หรือ Wi-Fi
    • เปิดเครื่องรอรับสายนานสูงสุด 250 ชั่วโมง
  • ราคา-การวางจำหน่าย
    อ้างอิงจาก Apple Online Store สิงคโปร์ ที่มีราคาใกล้เคียงประเทศไทยมากที่สุด
    ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยเมื่อเข้าไทย
    • 16 GB — ประมาณ 21,500 บาท (848 ดอลลาร์สิงคโปร์)
    • 32 GB — ประมาณ 24,900 บาท (988 ดอลลาร์สิงคโปร์)
    • ยังไม่ประกาศกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทย (คาดว่าไม่เกินต้นเดือนตุลาคม)

กล่าวคือสเปค iPhone 5C เหมือน iPhone 5 ทุกประการ แต่ปรับปรุงความเร็วเครื่องให้ดีขึ้น, ใช้ทรัพยากรได้ดีขึ้น, ประหยัดแบตเตอรีมากขึ้น, รับสัญญาณโทรศัพท์ได้ดีขึ้น และมีคุณสมบัติที่แตกต่างจาก iPhone 5 บางอย่าง เช่นมีกล้องหน้าที่คุณภาพดีขึ้นเล็กน้อย และสามารถซูมขณะถ่ายวิดีโอได้แล้ว

 

นอกจากนี้ิ iPhone 5C จะมีเคสรูปแบบใหม่สำหรับให้ผู้ใช้งานเลือกซื้อเพื่อนำไป Mix and Match ได้ตามใจชอบ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี โดยมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 29 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 900 บาทต่ออันครับ

 

 

iPhone 5s

ไฮไลต์หลักของงานนี้กลับเป็น iPhone 5s ที่เข็นคุณสมบัติและนวัตกรรมต่าง ๆ ออกมาโชว์เต็มที่ การเปิดตัว iPhone 5s ที่งานนี้อาจจะพูดได้เต็มปากเลยว่า iPhone 5s คือ iPhone 5 ที่ทำเสร็จแล้วนั่นเองครับ

นี่เป็นครั้งแรกที่ iPhone รุ่นเรือธงมีทั้งหมด 3 สี โดยสีดำ-เทาเข้ม ได้ถูกแทนที่ด้วยสีเทาอวกาศ (Space Gray) และสีขาว-เงิน ก็มีเพื่อนใหม่เป็นสีขาว-ทอง ให้เลือกเพิ่มมาด้วย

 

แอปเปิลกล่าวถึงคุณสมบัติเด่นของ iPhone 5s ไว้ถึงสามอย่างด้วยกัน ได้แก่

  1. ปุ่มโฮมใหม่ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัย “Touch ID”
  2. หน่วยประมวลผลใหม่ Apple A7 – Apple M7 ที่ล้ำหน้าไปกว่ายี่ห้ออื่น
  3. กล้องถ่ายภาพที่ฉลาดขึ้น แต่ยังคงความง่ายในการใช้งานเหมือนเดิม

 

ปุ่มโฮมใหม่ ทนทานขึ้น — พร้อมระบบสแกนลายนิ้วมืออัจฉริยะ “Touch ID”

ลักษณะภายนอกของ iPhone 5s ที่เปลี่ยนไปจาก iPhone 5 อย่างชัดเจนเลยก็คือ ปุ่มโฮมของ iPhone 5s จะแบนราบ ไม่บุ๋มลงไป และไม่มีการสกรีนลายบนปุ่มแล้ว อีกทั้งยังเปลี่ยนวัสดุจากพลาสติก มาเป็นกระจกแซฟไฟร์แข็ง ครอบด้วยวงแหวนที่ทำจากอลูมิเนียม ฝังเซนเซอร์สำหรับอ่านลายนิ้วมืออยู่ด้านใต้ ซึ่งแอปเปิลเรียกมันว่า “Touch ID”

ซึ่งตัว Touch ID นี้จะเก็บข้อมูลลายนิ้วมือของเราได้หลายนิ้ว และรับรู้ข้อมูลลายนิ้วมือทุกมุมการเคลื่อนไหว 360 องศา อีกทั้งยังเก็บข้อมูลลายนิ้วมือไว้ในบริเวณเฉพาะบนชิปประมวลผล ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยอุปกรณ์อื่น ๆ เลยนอกจากตัว Touch ID เองเท่านั้น และเครื่องจะไม่ส่งข้อมูลในส่วนนี้ออกจากชิปเด็ดขาด จึงวางใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย

ตัว Touch ID จะไว้ทำงานร่วมกับคุณสมบัติต่าง ๆ ใน iOS 7 ครับ เบื้องต้น ผู้ใช้สามารถปลดล็อกเครื่อง แทนการใส่รหัสผ่าน รวมไปถึงใช้แทนการกรอกรหัสผ่านของ Apple ID ขณะซื้อแอปพลิเคชันหรือเพลงได้ด้วยครับ

ดูวิดีโอประกอบการใช้งาน Touch ID ได้ที่ http://www.apple.com/th/iphone-5s/videos/#video-touch

 

 

ชิป Apple A7 — หน่วยประมวลผล 64-bit เร็วทะลุนรก ครั้งแรกบนโทรศัพท์มือถือ

ในส่วนของชิปประมวลผล แอปเปิลได้เปลี่ยนชิปหลักบน iPhone 5s ยกชุด มาเป็นชิป Apple A7 ที่ทำงานแบบ 64 บิต เป็นตัวแรกของโลกบนโทรศัพท์มือถือ

ผลก็คือ iPhone 5s สามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่า iPhone 5 ถึงสองเท่า และแรงกว่า iPhone รุ่นแรกสุดแบบก้าวกระโดด ถึง 40 เท่า นอกจากนี้หน่วยประมวลผลกราฟฟิกใน Apple A7 ยังรองรับมาตรฐาน OpenGL ES 3.0 ที่ทำให้คุณภาพกราฟฟิก โดยเฉพาะในการเล่นเกม เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมด้วย

ภายในงานเปิดตัว แอปเปิลได้นำนักพัฒนาเกม “Infinity Blade III” ขึ้นมาโชว์เกมบนเวที โดยตัวเกมให้รายละเอียดของวัตถุดีขึ้นกว่า iPhone 5 ถึง 4 เท่าตัว และชิปประมวลผลกราฟฟิกใหม่นี้ ยังทำงานได้ดีกว่า iPhone รุ่นแรกถึง 56 เท่าด้วย

ที่เด็ดที่สุดคือ แอปเปิลเผยว่านักพัฒนาสามารถปรับปรุงแอปพลิเคชั่นเดิมของตนเองให้รองรับสถาปัตยกรรม 64 บิตบนชิปใหม่นี้ได้เสร็จภายใน 1 วัน และแอปเปิลได้ทำ iOS 7 และแอปพลิเคชั่นพื้นฐานทุกตัว ให้รองรับ 64 บิต เพื่อรีดประสิทธิภาพเครื่องได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเรียบร้อยแล้ว

 

 

หน่วยประมวลผลร่วม Apple M7 — ทำให้แบตอึดขึ้นโดยเครื่องไม่หนา และฉลาดขึ้นไปพร้อมกัน 

นอกจากชิป Apple A7 แล้ว แอปเปิลตัดสินใจแยกหน่วยประมวลผลร่วมออกมาอีกตัวหนึ่ง ในชื่อ Apple M7 ซึ่งชิปเล็ก ๆ ตัวนี้จะทำหน้านี้เก็บข้อมูลจากเซนเซอร์ต่างๆ ทั้งเซนเซอร์ตรวจจับองศาหน้าจอ, เซนเซอร์ตรวจวัดการเคลื่อนไหว และเข็มทิศดิจิตอล มาประมวลผลแยกโดยเฉพาะ โดยใช้พลังงานต่ำ และลดภาระของชิปหลักอย่าง Apple A7 ในการประมวลผลลง

ผลก็คือ Apple M7 ฉลาดพอที่จะเข้าไปควบคุมเครื่อง iPhone 5s ได้ตามลักษณะการเคลื่อนไหวของเรา iPhone 5s จะรู้เองว่าเรากำลังวิ่ง, กำลังขับรถ หรือกำลังเดินอยู่

หากกำลังเล่นอินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi แล้วมาขึ้นรถ เมื่อรถขับออกไป ชิป Apple M7 จะสั่งให้เครื่องหยุดค้นหาหรือต่อ Wi-Fi ในขณะรถวิ่ง เพื่อประหยัดพลังงานทันที หรือสมมติเราวาง iPhone ไว้เฉย ๆ เป็นเวลานาน ชิป Apple M7 จะไปบอกให้ชิปรับสัญญาณโทรศัพท์ ลดความถี่ในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายลงเพื่อประหยัดพลังงาน ผลก็คือ แบตเตอรีของ iPhone 5s ใช้งานได้นานขึ้นมากนั่นเองครับ

 

กล้องถ่ายภาพที่ใช้ง่ายเหมือนเดิม แต่คุณภาพระดับโปร

แอปเปิลบอกว่า การเรียนรู้เทคนิคในการถ่ายภาพให้สวยนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่รู้วิธีใช้กล้องถ่ายภาพเพียงแค่การกดชัตเตอร์ลงไปเท่านั้น ดังนั้น แทนที่จะสอนให้คนถ่ายภาพเป็น แอปเปิลเลือกที่จะสอน iPhone ให้ทำภาพสวย ๆ ออกมาได้แทน

 

เลนส์กล้องใน iPhone 5s ยังคงใช้ชิ้นเลนส์ 5 ชิ้นเหมือนใน iPhone 5 แต่ปรับปรุงค่ารูรับแสงให้กว้างขึ้นเป็น f/2.2 (จากเดิม f/2.4) ทำให้ถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้น และภาพคมชัดขึ้น พร้อมปรับขนาดเซนเซอร์รับภาพให้กว้างขึ้น 15% เพื่อคุณภาพของภาพที่ดีขึ้นด้วย 

แอปเปิลเลือกที่จะไม่เพิ่มจำนวนพิกเซลของกล้อง แล้วอัดการตลาดโครม ๆ แบบยี่ห้ออื่น แต่เลือกใช้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเท่าเดิม แล้วหันมาเน้นที่คุณภาพของภาพถ่ายแทน โดยไปเพิ่ม “ขนาดเม็ดพิกเซล” ให้ใหญ่ขึ้นกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ในท้องตลาด ราว 50% ทำให้ภาพที่ได้สวยงามกว่า (และขนาดไฟล์ภาพก็ไม่ใหญ่ ถ่ายได้เยอะ เพราะยังเป็น 8 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม)

 

กล้องของ iPhone 5s จะประมวลผลสมดุลแสงและวัดความสว่างภาพอัตโนมัติ (Auto White Balance & Exposure) ก่อนถ่าย จากนั้นจึงวัดความมืด-ความสว่างของแต่ละจุดบนภาพ เลือกบริเวณโฟกัส แล้วใช้เทคนิคการถ่ายภาพหลายช็อต เพื่อนำภาพทั้งหมดที่ได้มาประมวลผลเป็นภาพเดียวที่คมชัดที่สุดแบบอัตโนมัติ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที โดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว

 

iPhone 5s ยังมาพร้อมกับไฟแฟลชอัจฉริยะ “True Tone Flash” ครั้งแรกของโลกบนโทรศัพท์มือถือและกล้องดิจิตอล ที่ระบบสามารถผสมไฟแฟลช 2 โทน โทนอุ่น-โทนเย็น เข้าด้วยกันเป็นไฟกว่า 1,000 โทนสี ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง ทำให้เวลาถ่ายภาพโดยใช้แฟลชแล้ว แสงต่าง ๆ ยังคงความเป็นธรรมชาติ และหน้าไม่วอกอีกด้วย

 

ภาพซ้่าย: ใช้แฟลชปกติ โทนสีของคนในภาพดูมืดผิดปกติ
ภาพขวา: ใช้ True Tone Flash ปรับแสงในภาพให้เป็นธรรมชาติ

 

ด้วยความสามารถในการถ่ายภาพหลายช็อตในเสี้ยววินาที แอปเปิลจึงใส่ระบบกันสั่นอัตโนมัติ ลงไปในกล้อง iPhone 5s ให้ถ่ายภาพการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ได้แบบไม่เบลอ และเพิ่ม “Burst Mode” ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพต่อวินาที โดยกดชัตเตอร์ค้างไว้เท่านั้น แล้วเครื่องจะเลือกภาพที่ดีที่สุดออกมาให้โดยเราไม่ต้องทำอะไร หรือเราจะเลือกภาพทั้งหมด และภาพที่ชื่นชอบ ออกมาใช้งานในภายหลังก็ได้

 

ภาพซ้่าย: ไม่มีระบบกันสั่น
ภาพขวา: ใช้ระบบกันสั่นอัตโนมัติของ iPhone 5s

 

 นอกจากกล้องถ่ายภาพนิ่งแล้ว iPhone 5s ยังได้รับการปรับปรุงคุณภาพกล้องถ่ายวิดีโอ โดยเลือกถ่ายวิดีโอได้ 2 ความละเอียด ได้แก่ Full HD 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที หรือ HD 720p ที่ 120 เฟรมต่อวินาที เพื่อให้วิดีโอที่ได้ เนียนดุจงานจากสตูดิโอ

เมื่อกล้องสามารถถ่ายวิดีโอที่ 120 เฟรมต่อวินาทีได้ แอปเปิลจึงเพิ่มลูกเล่น “Slo-mo” สำหรับตัดต่อบางส่วนของวิดีโอ ให้กลายเป็นภาพสโลว์โมชันได้เหมือนที่เห็นในหนังด้วย

 

 

ดูภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้อง iPhone 5s แบบไม่ถูกปรับแต่งใด ๆ ได้ที่ http://www.apple.com/iphone-5s/camera/gallery/

ดูวิดีโอประกอบการใช้งานกล้อง iPhone 5s ทั้งหมดได้ที่ http://www.apple.com/iphone-5s/videos/#video-camera

 

 

รายละเอียดสเปคเครื่อง iPhone 5s

  • ขนาด-มิติเครื่อง
    • 5.86 cm x 12.38 cm x 7.6 mm (กว้าง x ยาว x หนา)
      ขนาดเครื่องเท่า iPhone 5 ทุกประการ ใส่เคสและอุปกรณ์เสริมร่วมกันได้ทั้งหมด
    • น้ำหนัก 112 กรัม เท่าเดิม
  • หน่วยประมวลผล
    • Apple A7 แรงขึ้นกว่า iPhone 5 ถึงสองเท่าในทุกแง่มุม
    • รองรับสถาปัตยกรรม 64 บิต
    • หน่วยประมวลผลร่วม Apple M7 ช่วยลดการใช้พลังงานเครื่องโดยรวม
  • เครือข่าย
    • รองรับ 4G LTE (ไม่ครบทุกคลื่น แตกต่างไปตามรหัสโมเดลเครื่องและประเทศที่จำหน่าย)
    • รองรับ 3G UMTS/HSPA+/DC-HSDPA ทุกคลื่นทั่วโลก
    • รองรับ GSM/EDGE
    • Wi-Fi 802.11a/b/g/n (รองรับที่คลื่นความที่ 2.4 GHz และ 5 GHz)
    • Bluetooth 4.0
  • หน้าจอ
    • หน้าจอขนาด 4 นิ้ว แบบ Retina Display
      ความละเอียด 640 x 1136 พิกเซล ความหนาแน่น 326ppi เท่า iPhone 5
    • เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ
  • ปุ่มโฮม ทำจากกระจกแซฟไฟร์แข็ง ล้อมรอบโดยโลหะ ความทนทานสูง
    • พร้อมระบบ Touch ID สแกนลายนิ้วมือเพื่อรักษาความปลอดภัย
  • กล้องหลัง (iSight Camera)
    • ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เท่า iPhone 5
    • ระบบกันสั่นอัตโนมัติ
    • ชิ้นเลนส์ 5 ชิ้น พร้อมมีเซนเซอร์ตรวจวัดแสง
    • เพิ่มขนาดเซนเซอร์รับภาพให้กว้างขึ้น 15%
    • เพิ่มขนาดเม็ดพิกเซลให้ใหญ่กว่ากล้องมือถือส่วนใหญ่ 50% เพื่อคุณภาพของภาพที่ดีขึ้น
    • ใช้กระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนเลนส์กล้อง
    • ปรับปรุงค่ารูรับแสงให้กว้างขึ้น เป็น f/2.2 (จากเดิม f/2.4)
    • ระบบโฟกัสอัตโนมัติ-แตะเลือกโฟกัส (กล้องจะเลือกบริเวณโฟกัสได้สูงสุด 15 จุด)
    • ปรับปรุงระบบวัดแสงอัจฉริยะใหม่ทั้งหมด ทำให้แสงในภาพเป็นธรรมชาติขึ้น
    • ไฟแฟลชคู่อัจฉริยะ “True Tone Flash”
      ผสมโทนสีของแฟลชได้กว่า 1,000 แบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์
    • Burst Mode ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพต่อ 1 วินาที
    • ถ่ายพาโนรามา 28 ล้านพิกเซล โดยกระจายการวัดแสงทั่วถึงทั้งภาพ
    • ถ่ายวิดีโอ Full HD 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที หรือ HD 720p ที่ 120 เฟรมต่อวินาที
    • Slo-Mo ถ่ายวิดีโอแล้วตัดต่อเลือกบางส่วนให้เป็นสโลว์โมชั่นได้
  • กล้องหน้า (FaceTime Camera)
    • ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล เท่า iPhone 5
    • ปรับปรุงคุณภาพกล้องหน้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม
    • ถ่ายวิดีโอ HD 720p
    • เพิ่มเซนเซอร์ตรวจวัดแสงให้กล้องหน้า ทำให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น
  • แบตเตอรีใหญ่ขึ้นจาก iPhone 5 เล็กน้อย
    • ใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมงสำหรับการโทรศัพท์ผ่าน 3G
    • 8 ชั่วโมงสำหรับการเล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน 3G
    • 10 ชั่วโมงสำหรับการเล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน 4G LTE หรือ Wi-Fi
    • เปิดเครื่องรอรับสายนานสูงสุด 250 ชั่วโมง
  • ราคา-การวางจำหน่าย
    อ้างอิงจาก Apple Online Store สิงคโปร์ ที่มีราคาใกล้เคียงประเทศไทยมากที่สุด
    ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยเมื่อเข้าไทย
    • 16 GB — ประมาณ 24,900 บาท (988 ดอลลาร์สิงคโปร์)
    • 32 GB — ประมาณ 29,000 บาท (1,148 ดอลลาร์สิงคโปร์)
    • 64GB  — ประมาณ 32,600 บาท (1,288 ดอลลาร์สิงคโปร์)
    • ยังไม่ประกาศกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทย (คาดว่าไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายน)

 

สำหรับ iPhone 5s ที่สเปคจัดเต็มแบบนี้ แอปเปิลก็ผลิตเคสออกมาจำหน่ายแบบขำ ๆ เหมือนกัน ตัวเคสทำจากหนังฟอกสี บุด้วยผ้านุ่ม ๆ ด้านใน สนนราคาอยู่ที่ 39 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,200 บาทครับ มีให้เลือก 5 สี คือสีดำ สีฟ้า สีแทน สีเหลือง และสีแดงที่เป็น Product(RED) ที่เมื่อซื้อไปใส่แล้วแอปเปิลจะแบ่งรายได้ส่วนหนึ่ง บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์ด้วยครับ

 

นอกเหนือจากการประกาศเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่แล้ว แอปเปิลยังเปิดตัวสายชาร์จความยาว 2 เมตร ในราคา 1,090 บาท และแท่นวาง iPhone 5s ที่ใช้ร่วมกับ iPhone 5 รุ่นเก่าได้ด้วย (แต่ของ iPhone 5c ต้องใช้อีกรุ่นหนึ่งโดยเฉพาะไปเลย ซึ่งทั้งสองรุ่นยังไม่มีจำหน่ายในไทย)

ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทาง Apple Online Store ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านครับ 

 

นอกจากนั้น แอปเปิลยังตลบหลังเว็บไซต์รายงานข่าวแอปเปิลทุกเว็บบนโลกนี้ด้วยการประกาศลดราคา iPhone 4S และวางจำหน่ายต่อไปอีก 1 ปี ในรุ่น 8GB ราคา 14,900 บาท

งานนี้ใครที่สนใจอะไร ก็เตรียมทุนทรัพย์เอาไว้ได้เลยครับ 😀

 

 

ชมวิดีโองานเปิดตัว iPhone ย้อนหลัง

สำหรับคนที่อยากชมงานเปิดตัวย้อนหลัง แอปเปิลได้โพสต์วิดีโองานลงบนเว็บแล้ว เข้าไปชมกันได้ที่ http://www.apple.com/apple-events/september-2013/


ที่มา: Apple - iPhone 5s, iPhone 5c


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke

Comments

  1. […] “สรุปงานเปิดตัวและสเปค iPhone 5s และ iPhone 5c คร…“ […]

  2. […] หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone 5s พร้อมกับสีใหม่ 3 สี ได้แก่ Space Gray / Silver / Gold เมื่อคืนที่ผ่านมา หลายคนอาจสงสัยว่า Apple จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรกับ iPod สักหน่อยหรือ? คำตอบคือ เปลี่ยนแล้วครับ หลังจากที่ Online Store กลับมาเปิดหลังงาน iPhone เมื่อดูข้อมูล iPod จะพบว่า iPod Shuffle / Nano 7th Generation และ Touch 5th Generation มีการเปลี่ยนสีเครื่องในส่วนเครื่องสีดำ เป็นสีใหม่ที่เรียกว่า Space Gray เช่นเดียวกับ iPhone 5s […]

  3. […] (ดู สรุปสเปค iPhone 5c และ iPhone 5s ที่นี่ http://www.macstroke.com/10551/new-iphone-5c-iphone-5s-specs-conclusion) […]