[Review] PrimeTime เมื่อช่วงเวลาแห่งความสุข สั่งได้บนมือของคุณ



Pic_MKT_Primetime1

เมื่อพูดถึงเวลาแห่งความสุข เชื่อว่าหลายคนต้องใช้เวลาไปกับการดูหนัง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือในโรงภาพยนตร์ แต่วันนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด ก็เลยทำให้สามารถพกพาช่วงเวลาแห่งความสุขติดตัวไปได้ทุกที่ ใช่แล้วครับ เพราะที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ คือแอปพลิเคชันดูหนังออนไลน์ตัวใหม่ของประเทศไทยอย่าง PrimeTime นั่นเองครับ

 

จุดเริ่มต้นของ PrimeTime

จุดเริ่มต้นของ PrimeTime คือต้องการเสนอให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในตลาด เนื่องด้วยการเน้นไปที่ภาพยนตร์และซีรียส์จากตลาดต่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงการชูจุดเด่นในการวางจำหน่ายภาพยนตร์พร้อมๆ กับการวางขายแผ่นของผู้ผลิตในไทย และจุดเด่นในเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงกันว่า จุดเด่นของ PrimeTime นั้นมีอะไรกันบ้างครับ

 

ก่อนเริ่มใช้งาน

primetime-1

ก่อนที่จะเริ่มใช้งาน PrimeTime เราจะต้องมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ก่อน

  • คอมพิวเตอร์ PC และ Mac ที่ใช้ Google Chrome หรือ Internet Explorer 11 ขึ้นไป
    (เนื่องด้วยลิขสิทธิ์และการที่ Browser สองตัวนี้เป็น Browser ที่รองรับ DRM Protection)
  • อุปกรณ์ Android ที่รัน Android 4.2 ขึ้นไป
  • อุปกรณ์ iOS ที่รัน iOS 7 ขึ้นไป

เพียงแค่อุปกรณ์เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถสนุกกับ PrimeTime ได้ทุกที่ทุกเวลาแล้วล่ะครับ

 

เริ่มต้นเวลาแห่งความสุข

primetime-2

เริ่มแรก เราก็ต้องลงทะเบียนเข้าระบบกันก่อน และเพื่อเป็นทางลัด เราสามารถใช้ Facebook Connect ในการล็อกอินเข้าใช้ PrimeTime ได้

primetime-3

และเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว ก่อนที่เราจะดูวิดีโอ เราจะต้องสมัครแพ็คเกจกับทาง PrimeTime ก่อน ด้วยการเลือกซื้อแพ็คเกจที่ต้องการ หรือซื้อบัตรแพ็คเกจสำเร็จรูปมาใช้งานได้ ซึ่งบัตรแพ็คเกจก็มีวางจำหน่ายที่ร้าน BananaIT หรือร้าน DNA ทุกสาขา

primetime-pack

แน่นอนว่าสำหรับแพ็คเกจสำเร็จรูป ก็ต้องเอามาลงทะเบียนก่อนถึงจะเริ่มใช้งานได้เช่นกัน

primetime-4

เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วก็อย่าลืมตรวจสอบแพ็คเกจด้วยนะครับ ว่าแพ็คเกจที่ระบบแสดงอยู่ตรงกับแพ็คเกจที่เราซื้อมาหรือไม่

primetime-5 

เริ่มดูหนังกันเลย

หลังจากลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ระบบจะพาเราเข้ามายังหน้าเลือกภาพยนตร์โดยทันที โดยที่หน้าแรกจะเป็นภาพยนตร์ประเภท Movie Premier ที่นำเสนอให้กับลูกค้าแพ็คเกจ Movie Buffet with Premier Ticket หรือ Combo Buffet นั่นเอง ซึ่งผู้ที่สมัครแพ็คเกจนี้ จะได้รับตั๋วเช่าหนังใหม่เดือนละสองใบ (ถ้าซื้อเป็นแพ็คเกจสำเร็จรูป จะได้รับตั๋วเช่ารวดเดียวตามระยะเวลาของแพ็คเกจ) ซึ่งตั๋วเช่าหนังใหม่ จะใช้กับหนังในกลุ่ม Movie Premier ทั้งหมดนั่นเอง

primetime-6

ที่ด้านบนของหน้าแรก ก็ยังมีเมนูเลือกประเภทของภาพยนตร์อื่นๆ อีกด้วย เช่น ภาพยนตร์ดังๆ ที่จัดมาให้ชมกันแบบบุฟเฟ่ต์ หรือภาพยนตร์จัดกลุ่มเฉพาะ เช่น หนัง Disney หรือหนังที่ระลึกของบุคคลสำคัญต่างๆ ในวงการภาพยนตร์ เป็นต้น นอกจากนั้นเรายังสามารถเลือกดูซีรียส์ดังจากต่างประเทศได้อีกด้วย เช่น Glee, Homeland หรือ American Horror Story เป็นต้น

primetime-7หลังจากที่เลือกภาพยนตร์ได้แล้ว เราสามารถกดเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ได้เลยโดยที่ไม่ต้องทำอะไรอีก ยกเว้นภาพยนตร์ประเภท Movie Premier ที่ต้องใช้ตั๋วเช่าหนังใหม่ ซึ่งถ้าเราต้องการดูภาพยนตร์ประเภทนี้ ระบบจะขึ้นข้อความยืนยันการเช่าภาพยนตร์ว่าถ้าเราต้องการเช่าภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะต้องเสียตั๋วหนึ่งใบ และเมื่อเช่าแล้ว หนังเรื่องนั้นจะมีอายุ 48 ชั่วโมงที่เปิดให้เราเข้าไปชมได้ ซึ่งถ้าครบแล้ว และเราต้องการดูหนังเรื่องนี้อีก เราก็ต้องเสียตั๋วเช่าใหม่อีกครั้งหนึ่ง

primetime-8

ซึ่งสำหรับตั๋วเช่าหนังใหม่ เดิมที่ระบบจะให้ตั๋ว 2 ใบ/เดือน แต่ถ้าไม่พอ เราสามารถซื้อเพิ่มได้ในราคาเริ่มต้นที่ 75 บาท/ใบ ซื้อได้สูงสุด 4 ใบต่อครั้งครับ

primetime-9

เมื่อกดดูแล้ว ระบบจะเปิดหน้าต่างใหม่เพื่อเริ่มเล่นภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ในหน้านี้เราสามารถตั้งเสียงพากษ์และซับไตเติลได้เองทั้งหมดครับ

primetime-17

 

ออกไปข้างนอกก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขได้

นอกจากบน Mac หรือ PC แล้ว เรายังสามารถเปิดดูหนังผ่าน PrimeTime ด้วย iPhone, iPod, iPad หรืออุปกรณ์ Android ได้อีกด้วย ซึ่งความพิเศษของการดูบนอุปกรณ์เหล่านั้นก็คือ มันรองรับระบบเสียง DTS Surround และ DTS Headphone:X™ ด้วยนั่นเอง (เดี๋ยวจะพูดที่หลัง)

หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชันแล้ว หน้าแรกของแอปพลิเคชันจะไม่เหมือนกับหน้าเว็บปกติเลยทีเดียว เพราะหน้าแรกของตัวแอปฯ จะเอารายชื่อหนังและประเภททั้งหมดมาแสดงให้ดูก่อน แล้วเราค่อยเลือกประเภทของหนังที่จะดูอีกที

 

หลังจากนั้นวิธีการเปิดหนังดูจะไม่ต่างจากเว็บไซต์ คือถ้าใช้ตั๋วก็ต้องยืนยันก่อน หรือถ้าไม่ใช้ก็กดดูได้เลย

ในส่วนของการตั้งค่าเสียงพากษ์และซับไตเติลก็เช่นกัน ไม่ได้ต่างจากบนเว็บสักเท่าไหร่ แต่พิเศษหน่อยตรงที่ข้างๆ ปุ่มเรียกเมนูการตั้งค่า เราจะเห็นปุ่มปรับตั้งค่าเสียงของ DTS Headphone:X™ อยู่นั่นเอง

ตัวซับไตเติลก็อ่านง่ายสบายตาดีครับ

iOS

Android

 

DTS Headphone:X™ มิติใหม่ของการดูหนังบนมือถือ

43b4184c45e7c5e5a30d8f14e7770033_g7lDpirkC8hH3uqUq

หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อของ DTS Headphone:X™ กันมาบ้าง แต่ยังไม่เห็นว่าจะมีเจ้าไหนนำไปใช้งานจริง ซึ่ง PrimeTime เองก็เป็นผู้ให้บริการเช่าหนังออนไลน์เจ้าแรกๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานกับอุปกรณ์ iOS และ Android นั่นเอง

ความพิเศษของ DTS Headphone:X™ ก็คือจะช่วยจำลองสภาพเสียงในแบบ 7.1 Channel ให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดด้วยการใช้หูฟังเป็นแหล่งกำเนิดเสียงเท่านั้น และด้วยระบบเสียงนี้ ก็เลยทำให้ความรู้สึกในการดูหนังแนวแอคชันนั้นดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น และยังทำให้เสียงดูมีมิติมากขึ้นด้วยนั่นเอง

เริ่มแรก การจะใช้งาน DTS Headphone:X™ นั้น เราจะต้องตั้งค่าระบบเสียงพื้นฐานเสียก่อน โดยเมื่อกดเข้าไปในเมนูการตั้งค่าของ DTS แล้ว ระบบจะให้เราเลือกประเภทหูฟังก่อน หรือถ้าใช้หูฟังที่สนับสนุน ก็สามารถเลือกหูฟังนั้นๆ เพื่อใช้ค่าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการใช้งานได้เลย

แต่ถ้าหากไม่ เราก็สามารถตั้งค่าเองได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเสียง Surround ตำแหน่งเสียง และความดังของเสียงเป็นต้น ซึ่งเมื่อเราตั้งค่าเสร็จแล้ว ระบบก็จะนำการตั้งค่านี้ไปใช้งานในแอปพลิเคชันทันทีครับ

แต่ช้าก่อน! ระบบเสียง DTS Headphone:X™ ตอนนี้มีเฉพาะใน Android เท่านั้น ส่วน iOS ยังไม่เปิดให้ใช้งานเนื่องจาก Apple ยังไม่อนุมัติการใช้ฟังก์ชันให้

 

อยากดูจอใหญ่? PrimeTime จัดให้

ถ้าเกิดว่าอยากดูหนังบนจอใหญ่ๆ เราก็สามารถเปิดดูได้ทันที โดยการเสียบสาย MHL ต่อกับ Android หรือใช้ตัวแปลง Lightning to HDMI ในการแปลงสัญญาณภาพและสัญญาณเสียงให้ไปออกที่ HDMI ได้เลย หรือไม่ก็ใช้ Apple TV หรือ Chromecast ช่วยในการยิงภาพขึ้นไปโดยที่ไม่ต้องมีการตั้งค่าอะไรเพิ่มเติมได้เลย

 

อนาคตของ PrimeTime

แน่นอนว่าการเดินทางของ PrimeTime ยังไม่จบเพียงเท่านี้ โดยในอนาคต PrimeTime จะมีการพัฒนาบริการขึ้นให้มากกว่านี้ ซึ่งจากที่ได้พูดคุยกับทีมงานในงานเปิดตัว แผนงานในอนาคตของ PrimeTime จะมีดังนี้ครับ

  • จะเพิ่มภาพยนตร์และซีรียส์ไทยเข้าระบบ รวมถึงเปิดโอกาสให้ค่ายหนังอินดี้ หรือผู้ที่ทำหนังเพื่อส่งประกวดสามารถส่งภาพยนตร์เข้าฉายในระบบได้
  • จะเพิ่มฟังก์ชัน DTS Headphone:X™ ให้กับ iOS โดยในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาอนุมัติจาก Apple

 

เอาเป็นว่าใครที่สนใจอยากดูหนังสบายๆ ไม่ต้องออกไปทนรถติดข้างนอก ก็สามารถดาวน์โหลด PrimeTime ไปใช้งานได้เลยที่นี่ครับ ^^

PrimeTime

PrimeTime

ราคา: ฟรี
ขนาด : 109.95 MB (ต้องดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi เท่านั้น)
อุปกรณ์ที่รองรับ : iPhone 4S หรือใหม่กว่า, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2 หรือใหม่กว่า และ iPad mini
iOS Universal App รองรับหน้าจอ iPhone และ iPad

ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke